งกันหมัดนั้นไม่ได้!’
‘ฉันคงหลบได้ชั่วคราวแค่นั้นแหละ!’
เฟยเหลียนคิดกับตัวเองอยู่ในใจ
และหันไปมองฉู่โม่วด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
‘ผู้ชายคนนี้ดูไร้พิษภัย แต่ใครจะไปคิดว่าพอเคลื่อนไหว เขาจะเป็นเหมือนสายฟ้าฟาด น่าตกตะลึงจริง ๆ… สมแล้วที่เป็นอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิด ฉันเองก็ต้านทานพลังแบบนี้ไม่ไหว!’
อัจฉริยะพั่วซานคิดกับตัวเอง
และคนอย่างอู๋หยาและเฟิงหั่วเองก็คิดเช่นเดียวกันอยู่ในใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์วิหคจะตกตะลึงยิ่งกว่า
“น่ากลัว!”
“ถึงกำปั้นเมื่อกี้นี้จะไม่ได้โจมตีมาที่ฉัน ฉันก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเผชิญหน้ากับสวรรค์และโลกเลย มันเกือบทำลายร่างกายฉันไปแล้ว!”
“ฉันมีลางสังหรณ์ว่าถ้าเขาโจมตีมาที่ฉัน ร่างกายคงระเบิดก่อนที่หมัดจะมาถึงซะอีก!”
“ป้องกันไม่ได้… มันป้องกันไม่ได้เลย!”
“นี่น่ะเหรอพละกำลังของอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิด? น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคตกตะลึงและเผยสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าตนเองไม่สามารถต้านทานการโจมตีของฉู่โม่วได้แม้แต่น้อย
หากพวกเขาเข้าไปในเขตแดนลับกลืนดาราและเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ชะตากรรมของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดเช่นนั้น
ทุกคนก็มองดูฉู่โม่วด้วยความหวาดกลัว และในขณะเดียวกันก็รอที่จะได้เจอกับอีกฝ่ายข้างในเขตแดนลับด้วย
ส่วนโม่ซางผู้ยังคงยืนนิ่งอยู่นั้น…
สีหน้าของเขาไม่ได