้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เขาก็ดูสนใจฉู่โม่วเล็กน้อยราวกับว่าในที่สุดก็เจอศัตรูที่น่าสนใจ
“ฉู่โม่ว นายทำเกินไปแล้ว! แค่อัจฉริยะต่อสู้กัน ทำไมถึงออกแรงเยอะขนาดนั้นล่ะ?”
ตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์วิหคคนหนึ่งก็ตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้พูดอะไร ชายผู้ปลุกพลังคนหนึ่งจากเผ่ามนุษย์ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เกินไปเหรอ? ถ้านายไม่ปล่อยให้อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคยั่วโมโหเขา อัจฉริยะฉู่จะทำเขาทำไมล่ะ?”
“ถึงอย่างนั้นก็ผิดอยู่ดี!”
“ถ้าเขาไม่มีหุ่นเชิดตัวตายตัวแทน เขาคงถูกฉู่โม่วฆ่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ… พวกนายต้องให้คำอธิบายเรื่องนี้นะ!”
เหล่าผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์วิหคต่างก็ไม่ยอมแพ้และดึงดันต่อไป
“ยังจะกล้าพูดอีกเหรอ?!”
ชายผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หัวเราะเยาะ “ลืมไปแล้วเหรอว่าอัจฉริยะฉู่เป็นอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิดน่ะ? อัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์วิหคของแกที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเป็นคนมาหาเรื่องเอง นั่นต่างหากที่ผิด! ก็แค่ฆ่าเขาแล้วจะทำไมล่ะ?!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็หันไปมองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยามและกล่าวทันที “ถ้าไม่พอใจนักก็มาสู้กันสิ จะได้ตัดสินความเป็นความตายกันไปเลย!”
“แก…”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นจากผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคก็พูดไม่ออก
ทั้งสองต่างก็อยู่ในระดับอัจฉริยะและต่อสู้กันมามากกว่าแสนปี พวกเขาจึงถือว่าเป็นศัตรูเก่าแก่ทีเดียว
ในอด