ีตกว่าแสนปีที่ผ่านมา ทั้งสองต่อสู้กันมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และแทบถูกสังหารมาครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วเขาจะกล้าสู้อีกได้ยังไงกัน?
“ก็ได้!”
“จะมาเถียงกันตรงนี้ทำไมล่ะ? ฉันก็แค่ล้อเล่นให้เด็ก ๆ ฟังน่ะ!”
ระหว่างที่ทั้งสองยังหาทางลงกันไม่ได้นั้น ผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่ามนุษย์วิหคก็พูดขึ้นมา
เขาพยายามให้ผู้อาวุโสฝ่ายตัวเองใจเย็นลง แล้วจึงกล่าวอย่างสงบนิ่ง “คราวนี้เขตแดนลับกลืนดาราเป็นเหมือนการแข่งขันสำหรับเด็ก ๆ คนแก่อย่างเราไม่ต้องไปยุ่งหรอก… อีกไม่นานเขตแดนลับก็จะเปิดแล้ว มาจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดกันเถอะ ท่านมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นคิดว่ายังไงเหรอ?”
เมื่อพูดจบ
เขาก็หันไปมองมหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น
เขาตั้งใจพูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างฉู่โม่วกับเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค
และเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่เสียอะไรเลยสักนิด
มหาเทวะยุทธ์จึงพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นก็มาเริ่มกันเลย!”
…
มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นและผู้อาวุโสใหญ่ของเผ่ามนุษย์วิหคก็เริ่มโจมตีเพื่อเตรียมเปิดเขตแดนลับกลืนดารา
ครืน! ครืน! ครืน!
เมื่อพวกเขาโจมตี ห้วงอากาศก็เริ่มสั่นไหว
แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้าผสมผสานกันทั้งแนวตั้งและแนวนอนพร้อมรัศมีแปลกประหลาดที่แพร่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้น
รัศมีที่ไม่ได้มาจากโลกใบนี้ก็ค่อย ๆ แพร่กระจายออกมา
ในที่สุด
หลังจากที่ผ่านไปสักพัก ฉู่โม่วก็เห็นรอยแยกขนาดเล็กปรากฏขึ้นในห้วงอากาศและมีรัศมีลึกล