ราณ ดังนั้นกลิ่นอายจิตวิญญาณเหล่านี้ก็น่าจะเป็นมรดกของอารยธรรมที่เกิดขึ้น เมื่อครั้งอารยธรรมแห่งนั้นสิ้นสุดลง”
“เขายังอนุมานต่อไปว่า ส่วนหนึ่งของมรดกแห่งอารยธรรมก่อให้เกิดการสรรค์สร้างขึ้น และส่วนนี้ก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาอันยาวนาน จนในที่สุดก็กลายเป็นกลิ่นอายจิตวิญญาณ”
“ซึ่งหากผู้ปลุกพลังได้ดูดซับมัน ก็จะสามารถขัดเกลารากฐานการบ่มเพาะของพวกเขา หรือแม้แต่เพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะ มันจึงถือว่าเป็นอะไรที่ลึกลับมาก!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ดวงตาของฉู่โม่วก็เบิกกว้างทันที
“สมบัติลึกลับเช่นนั้นมีอยู่จริงงั้นเหรอ?”
เขาทำใจเชื่อไม่ลง
ฉันก็พอจะรู้ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์
“ทว่า…”
ในขณะนั้นเอง กวนหนิงหนิงก็พูดต่อไปว่า “แม้กลิ่นอายจิตวิญญาณพวกนี้จะลึกลับจนถึงขีดสุด แต่ก็มีข้อยกเว้นคือผู้ปลุกพลังจะสามารถดูดซับมันได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือขั้นเทวะยุทธ์”
“ไม่อย่างนั้น อย่างน้อยที่สุดก็จะถูกพลังนั้นสะท้อนกลับ หรือที่เลวร้ายที่สุดคือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัส…ครั้งหนึ่งเคยมีชายผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทวะยุทธ์ซึ่งไม่เชื่อในคำบอกเล่า และฝืนดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณไปหลายครั้ง ส่งผลให้เส้นลมปราณภายในบอบช้ำจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ และแม้แต่พลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตก็วุ่นวายจนเกือบตายเพราะมัน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วพยักหน้าเข้าใจทันท