งขึ้นทำลายความเงียบในทันใด
มันคือเสียงของจ้าวยุทธ์คนหนึ่ง
เขาบินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยใบหน้าที่กลายเป็นสีแดงเพราะความตื่นเต้น เขายกมือขึ้นและตะโกนเสียงดังลั่น “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ! เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ! เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
เขาแผดเสียงดังสนั่นออกไปไกลทั่วทุกทิศทาง
ในไม่ช้า ผู้ปลุกพลังคนอื่นก็เริ่มร่วมด้วย
ในตอนแรกเสียงนั้นยังคงเบาบาง แต่ในไม่ช้ามันก็เสียงดังฟังชัดยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
จนท้ายที่สุด
เสียงทั้งหมดก็รวมกันเป็นหนึ่ง ก่อเกิดเป็นคลื่นเสียงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ! เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ! เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จงเจริญ! เผ่าพันธุ์มนุษย์จงเจริญ!”
พวกเขาโห่ร้อง ตะโกน แผดเสียง คำราม
ภายใต้คลื่นเสียงมนุษย์เช่นนี้ สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนต้องขวัญผวาและหนีไปตัวแล้วตัวเล่า
แม้ว่าฝ่ายของพวกมันสัตว์อสูรจะมีอยู่อีกจำนวนมาก แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ที่รวมกันเป็นหนึ่งจนสร้างแก่นแห่งชีวิตและเอาชนะราชาอสูรของพวกมันได้
ความดุร้ายในหัวใจของพวกมันก็จางหายไปและกลับกลายเป็นความกลัวไร้ที่สิ้นสุดแทน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ภาพนี้จะต้องเป็นภาพที่สัตว์อสูรหลายตัวไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
มันอาจจะฝังอยู่ในสายเลือดและ