างส่วนเปิดที่นี่ด้วย ต้นไม้ยักษ์ต้นนี้จึงดูดกลืนอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลออกมาจากรอยแยกจนเติบใหญ่ได้รวดเร็วขนาดนี้ นี่แค่ร้อยปีเองนะ มันก็ใหญ่โตได้ขนาดนี้แล้ว”
“แล้วตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน มันก็ยังคอยดูดกลืนอณูแห่งชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้ภายในลำต้นมีอณูแห่งชีวิตหนาแน่นอัดกันอยู่ หากใช้เกณฑ์เดียวกับที่ใช้วัดระดับผู้ปลุกพลัง พฤกษาบรรพกาลนี่น่าจะอยู่ในระดับจ้าวยุทธ์ได้เลย”
“แต่เพราะอณูแห่งชีวิตที่สั่งสมอยู่ในลำต้นอันมหาศาลนี้ เพราะงั้นมันเลยแปรเปลี่ยนพลังเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังวิญญาณที่หมุนเวียนอยู่ภายในแทน!”
เห็นฉู่โม่วช็อก หมัวซานซานผู้ที่เพิ่งออกมาจากยานเหาะก็เดินไปหาเขาและอธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง “ในส่วนของเขตแดนลับเมฆาครามที่พวกเราจะเข้าไปก็อยู่ในต้นไม้ต้นนี้แหละ”
“ข้างใน?”
ฉู่โม่วหันกลับมาถาม
“ใช่แล้ว ในลำต้นของมันเลย!”
หมัวซานซานอธิบายเพิ่ม “โชคชะตาของพฤกษาบรรพกาลค่อนข้างแปลกน่ะ ตั้งแต่แรกที่เริ่มกลืนกินอณูแห่งชีวิตจากรอยแยกมิติ มันก็พลอยกลืนกินรอยแยกมิติเข้าไปด้วย! นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณนี้ไม่มีสัตว์อสูร แต่มีอณูแห่งชีวิตหลั่งไหลอยู่ บางทีพวกมันทั้งหมดในรอยแยกมิตินั้นอาจจะถูกทำลาย และกลายเป็นเพียงอาหารให้พฤกษาบรรพกาลนี่กลืนกินไปแล้ว”
“แต่เรื่องที่ทำไมพฤกษาบรรพกาลถึงมีกล้าแกร่งขนาดกลืนกินรอยแยกของมิติเข้าไปได้เลยนั่นฉันเองก็ไม่รู้ รวมไปถึงการที่มันเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด