้น เพราะถึงจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ แต่ก็เป็นได้แค่คนที่เก่งกาจที่สุดในฐานลู่หยางเท่านั้น หากเอาตัวเองไปหย่อนไว้ในฐานจินหลิง เกรงว่าฉันอาจจะแทบจะไม่ต่างจากพวกผู้ปลุกพลังธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สามารถเทียบเท่าอะไรกับนายพลเมืองได้เลย!”
“นอกจากนี้ ภายในฐานนั้นถูกศึกษาและพัฒนาการใช้อณูแห่งชีวิตกันอย่างจริงจัง จนที่นั่นพวกเขาสามารถใช้อณูแห่งชีวิตมาเป็นพลังงานทดแทนพลังงานไฟฟ้าได้แล้ว! ด้วยเหตุนี้ฐานจินหลิงจึงมีวิทยาการต่าง ๆ ก้าวล้ำฐานอื่น ๆ ไปมากจนน่าอิจฉา มีตึกระฟ้ามากมายตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น และที่สำคัญ ทั่วทั้งเมืองยังมีอณูแห่งชีวิตหลั่งไหลอยู่ในปริมาณมากเหลือล้นอีกด้วย หากในตอนนี้ไม่มีสัตว์อสูรกำลังอาละวาดอยู่ภายนอกละก็ ฐานจินหลิงน่าจะเทียบเท่าได้กับมหานครของมนุษยชาติเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนได้เลยล่ะ!”
นั่งฟังสีอิ้งเล่า ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโหยหาฐานแห่งนี้ขึ้นมาอยู่ในใจ
มันเป็นเวลานานทีเดียวกว่าอีกฝ่ายจะเล่าจบ
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจึงถามกลับตามสัญชาตญาณ “งั้นท่านปรมาจารย์ยุทธ์พอจะรู้ไหมว่าฐานจินหลิงอยู่ห่างจากที่นี่มากขนาดไหน?”
“เท่าที่ฉันรู้มา ฐานทั้งสองแห่งนี้ห่างกันราว ๆ สามแสนกว่ากิโลเมตรได้!”
สีอิ้งพูดต่อ “ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ห่างกันมากนักเมื่อถ้าใช้ความเร็วของปรมาจารย์ยุทธ์ แต่เพราะหนทางที่จะไปนั้นเต็มไปด้วยอันตราย รวมถึงสัตว์อสูรจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน มันจึงน่าเป็นห่วง พื้นที่เข