ๆ!”
เจตจำนงแห่งกระบี่ก็คือเจตจำนงแห่งกระบี่
หลังจากที่บีบอัดวิชากระบี่ไปจนถึงที่สุดแล้วเท่านั้นที่จะเกิดเป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ขึ้นมาได้
ตามที่หมัวซานซานบอกไว้ เมื่อเข้าใจในความหมายของกระบี่ เมื่อชักกระบี่ออกมา ความคิดต่าง ๆ จะพรั่งพรูเข้ามาและทำให้เหล่าผู้คนต้องเกรงขาม มือกระบี่ธรรมดาทั่วไปไม่อาจชักกระบี่ออกมาจากฝักได้เสียด้วยซ้ำ!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวของมันเป็นก็เครื่องพิสูจน์อยู่แล้ว
สำหรับมือกระบี่มากมายที่เชี่ยวชาญในวิชากระบี่ ความหมายของเจตจำนงแห่งกระบี่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นช่องว่างที่ยากจะก้าวข้ามไปได้
และในตอนนี้ฉู่โม่วก็เข้าใจในเจตจำนงแห่งกระบี่แล้ว!
แม้ว่าจะยังอ่อนแอ อย่างน้อยเขาก็ก้าวข้ามมาได้สำเร็จแล้ว!
สำหรับผู้ที่ไม่เคยก้าวข้ามช่องว่างนั้นได้มาก่อนในชีวิต อนาคตของพวกเขานับว่าสว่างไสว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ และตอนที่กำลังคิดเช่นนั้นเอง
แอ๊ด…
ประตูพลันเปิดออก
เงาของร่างหนึ่งเดินเข้ามา
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เฉินซีเวยถือด้วยซุปเนื้อเข้ามาและกล่าวเบา ๆ
“ซีเวย ฉัน…”
เมื่อเห็นเฉินซีเวยเดินเข้ามา ฉู่โม่วก็กำลังจะพูดบางอย่างแต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
“ไม่ต้องอธิบายฉันหรอก ทุกคนก็มีความลับของตัวเองกันหมดนั่นแหละ”
เฉินซีเวยกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะส่งซุปเนื้อให้ฉู่โม่วและกล่าว “รีบกินตอนที่ยังร้อนเถอะ”
ความคิดเช่นนั้นทำให้ฉู่โม่วตะลึงงันไปสักพัก
เขาคิดว่าเฉินซีเวย