กยุทธ์คนอื่น ๆ ต่างเริ่มหวาดวิตก ไม่ว่าจะมาจากการไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเพราะไม่สามารถช่วยเพื่อนร่วมทางได้ก็ตาม
ฉู่โม่วที่ตระหนักได้ถึงความอันตรายก็เริ่มกระชับด้ามกระบี่ไว้แน่น และเหลียวมองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง
“ใจเย็นไว้! ระวังตัวด้วย!”
เฉียนหยวนตะโกนเสียงดังขึ้นเพื่อเรียกสติทุกคนอีกครั้ง สถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงไปกว่าเดิมได้ทุกเมื่อ
เขาตั้งสติและมองไปยังจุดที่ฮ่าวหนานเคยยืนอยู่แต่ ก่อนพยายามดมกลิ่นดี ๆ
ทันใดนั้น… สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป “ไม่ดีแล้ว! นี่มัน พังพอนมายา!”
“ว่ายังไงนะ!”
ทันทีที่เสียงของเขาเงียบลง เสียงคนโวยวายจากอีกมุมหนึ่งก็ดังขึ้น
ผู้ฝึกยุทธ์ที่เผลอลดระดับการระวังตัวสั่นไปทั้งร่าง ก่อนจะระเบิดออกเป็นละอองเลือดเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นก่อนหน้า!
ครั้งนี้ทุกคนเพิ่มความระแวดระวังตัวอย่างที่สุด มันทำให้สายตาของพวกเขาเฉียบคมขึ้น จนกระทั่งสามารถมองเห็นได้ว่าที่นี่มีสัตว์อสูรตนหนึ่งอยู่จริง ๆ
สัตว์อสูรที่ปกคลุมด้วยขนสีขาว
ร่างกายของมันเพรียวบาง แขนขาสั้น คอยาว และมีหัวเล็ก ลำตัวมีขนาดไม่ใหญ่นัก น่าจะราวหนึ่งเมตรได้ แต่หางของมันจัดว่ายาวเอาการ มันยืนสองขาคล้ายมนุษย์และด้วยห้านิ้ว ซึ่งในทุก ๆ นิ้วของมันมีกรงเล็บแหลมคมราวกับคมมีดสีเงินเผยให้เห็นชัดเจนอยู่ด้วย
ในตอนที่พวกเขาเห็นตัวมันนั้น
สัตว์อสูรตนนี้เหลือร่างกายเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นในห้วงอากาศ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่สามารถมอง