หนุ่มพูดเสียงเย็น “โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งเหนือความคาดหมาย อย่าเอาแต่มองอะไรในกะลาสิ เปิดตาเปิดใจ แล้วนายจะรู้เหมือนกันว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่แค่ไหน!”
ฟังคำเย้ยหยั่นของอีกฝ่าย โจวเฉิงก็บันดาลโทสะขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ราว ๆ หนึ่งเดือน เขาได้ส่งเค่อเหนียนไปหาอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าฉู่โม่วจะฆ่าเค่อเหนียนด้วยตนเองและทิ้งศพเอาไว้ แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่มาฆ่าโจวเฉิงในทันที
บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่า ตอนนั้นฉู่โม่วน่าจะแข็งแกร่งขั้นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว แต่ยังไม่ถึงขนาดเขา จึงยังไม่ลงมืออะไรเพิ่ม
แต่ตอนนี้…
ทั้งกลิ่นอายและท่าทีของเจ้าหนุ่มคนนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าโจวเฉิงเลยด้วย!
ดีไม่ดีฉู่โม่วอาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ!
เรื่องแบบนี้จะให้เชื่อได้อย่างไรกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายยังเป็นคนที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้อยู่เลยแท้ ๆ แต่ในเวลาสั้น ๆ หลังจากที่ได้ฝึกฝน ก็สามารถทลายขีดจำกัดของร่างกายได้อย่างเร็ว และในตอนนี้กำลังพัฒนาขึ้นมาในระดับที่บางคนต้องใช้เวลาฝึกวรยุทธ์อยู่หลายปีแล้ว!
“ภายนอกฐาน ที่นั่นมีสมบัติโบราณถูกเก็บซ่อนไว้…”
จู่ ๆ โจวเฉิงก็คิดถึงเรื่องนี้ได้
“ใช่! ต้องใช่แน่ ๆ! มีเพียงสมบัติโบราณที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งโลกและสวรรค์ที่ฉันเพิ่งค้นพบไม่นานนี้แน่ ๆ ที่จะมีพลังที่ทำได้ถึงขนาดนี้!”
“น่าเสียดายจริง ๆ!”
“ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ตอนนั้นฉันคงไม่ส่งเค่อเหนียนไปแล้วจัดการแกด้วย