“ไกลกว่าเหรอ?” หลินชีเยี่ยยิ้มอย่างจนใจ “ด้วยร่างที่มีแค่พละกำลัง ไม่มีผนึกต้องห้ามแบบฉันน่ะเหรอ?”
“ตอนนี้ไม่มี ไม่ได้แปลว่าต่อไปจะไม่มี… พลังเก่าของนายทั้งหมด ล้วนมาจากการเป็นตัวแทนของเทพไม่ใช่เหรอ? ผนึกต้องห้ามที่เป็นของนายจริง ๆ ยังไม่ถูกค้นพบใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยก็ชะงักฝีเท้า
“เป็นอะไรไป?” เสิ่นชิงจู่ถาม
หลินชีเยี่ยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พึมพำว่า “เรือพันลำล้วนเป็นเพียงเมฆหมอก เดินเท้าเปล่าบนทางร้าง ถามหาแก่นแท้ในใจ… คำพูดของท่านโหวหมายความแบบนี้เองเหรอ?”
ตอนอยู่ที่เกาะโชคชะตา คำที่ฮั่วชวี่ปิ้งพูดกับเขาตามลำพัง หลินชีเยี่ยไม่เคยเข้าใจความหมาย… ตอนนี้ คำพูดของเสิ่นชิงจู่ทำให้หลินชีเยี่ยเข้าใจในที่สุด
หรือว่าท่านโหวรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะต้องเจอเคราะห์กรรมนี้?
แต่เขาจะรู้ได้อย่างไร?
หลินชีเยี่ยตั้งใจว่า เมื่อจัดการธุระในมือเสร็จ จะต้องไปที่เกาะโชคชะตาอีกครั้งเพื่อถามท่านโหวเรื่องนี้
“อ้อใช่ พรุ่งนี้มีประชุมกับหน่วยรบพิเศษทั้งหมดใช่ไหม?” หลินชีเยี่ยนึกอะไรขึ้นได้
“ใช่”