หลินชีเยี่ยเคยคิดว่าตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว… แต่ตอนนี้เขามีพี่คนเท่แล้ว ในชั่วขณะที่พี่คนเท่ยืนอยู่ข้างกาย ความเจ็บปวดทั้งหมดที่สะสมในใจก็ละลายหายไป เหมือนแสงสว่างเพียงสายเดียวในโลกแห่งความมืดมิดและสิ้นหวัง ที่ฉุดหลินชีเยี่ยกลับมาจากห้วงเหวแห่งการดิ้นรนและปฏิเสธตัวเอง
เหมือนที่อูเฉวียนเคยพูดไว้ พี่คนเท่เคยเป็นแสงสว่างของเขา… และตอนนี้ก็เป็นแสงสว่างของหลินชีเยี่ยด้วย
นั่นคือความหวังเพียงสายเดียวท่ามกลางความสิ้นหวัง เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในยามที่หมดหนทาง ภายใต้ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ ‘ด่านจิตใจ’ ที่กดทับหัวใจของหลินชีเยี่ยก็เปราะบางราวกับกระดาษ
การก้าวข้าม ‘ด่านจิตใจ’ บางทีอาจต้องการเพียงคนคนเดียว คำพูดเพียงประโยคเดียว ง่ายดาย แต่ก็ไม่อาจเรียกร้องได้
“พี่ชิงจู่?”
อูเฉวียนยืนอยู่ข้าง ๆ มองเงาร่างที่คุ้นเคยแต่แปลกหน้า พลางพึมพำกับตัวเอง
เสิ่นชิงจู่หันกลับมา ดูเหมือนจะประหลาดใจมากที่เห็นอูเฉวียนอยู่ที่นี่ เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ “อืม โตขึ้นเยอะเลยนะ”