“บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตาก็ได้” เสิ่นชิงจู่หยุดชั่วครู่ สีหน้าค่อย ๆ จริงจังขึ้น “จริงสิ เรื่องของอันชิงอวี๋ ฉันได้ยินผู้อาวุโสกวนไจ้เล่าคร่าว ๆ ระหว่างทาง ตอนที่ฉันไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
ดวงตาของหลินชีเยี่ยหม่นลง เขาเล่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นซ้ำอีกครั้ง
เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“พลังสัจธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลินชีเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้า “ฉัน… ไม่รู้”
“แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว” หลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อว่า “เมื่อเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่ควรจมอยู่กับอดีต แทนที่จะเสียใจนับหมื่นครั้ง สู้ไปเจออันชิงอวี๋แล้วถามเขาตรง ๆ ดีกว่า…”
“ถ้าเขาร่วมมือกับคธูลูจริง ๆ ล่ะ?”
“ฉันก็จะฆ่าเขาด้วยมือของฉันเอง” หลินชีเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “หน่วยท่านราตรีอาจมีผู้เสียสละ แต่จะมีคนทรยศไม่ได้… การทรยศของใครสักคน คือการลบหลู่ผู้เสียสละทุกคน”
เสิ่นชิงจู่พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน ร่างที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มก็เดินเข้ามาจากด้านนอก