“เรื่องของคุณ ผมได้ยินจากการคุยกันระหว่างผู้บัญชาการจั่วกับหมอหลี่” อูเฉวียนพูดพึมพำขณะเดิน “คนเรามันก็อ่อนแอกันทั้งนั้นแหละ… คุณเห็นเพื่อนร่วมหน่วยตายไปสองคนในวันเดียว ผมก็เข้าใจความรู้สึกของคุณ ตอนที่ไฟคลอกหลี่เสี่ยวเยี่ยนกับเฉียนเฉิงจนตาย ผมก็เป็นเหมือนคุณในตอนนี้ ผมก็ไม่อยากยอมรับความจริง สมองว่างเปล่า… แต่ผมก็บังคับตัวเองให้ฟื้นคืนสติขึ้นมาเร็ว ๆ คุณรู้ไหมว่าทำไม?”
อูเฉวียนรู้ว่าหลินชีเยี่ยจะไม่ตอบ จึงพูดต่อไปคนเดียว
“เพราะถึงพวกเขาจะตาย แต่ก็ยังมีคนที่มีชีวิตอยู่… พี่ชิงจู่เป็นเหตุผลที่ผมต้องอดทนต่อไป เพื่อเขา ผมต้องเผชิญหน้ากับทุกอย่าง ดังนั้นผมจึงบังคับตัวเองใช้ [อำนาจจักรพรรดิ] ควบคุมศพของพวกเขา… นี่คือการไถ่บาปของผมกับเขา บางทีคุณอาจจะต้องการแรงผลักดันที่จะช่วยให้คุณก้าวออกมา… การไถ่บาปสักอย่าง”
เสียงพูดของอูเฉวียนเงียบลง รถเข็นที่กำลังเคลื่อนที่ก็หยุดกะทันหัน
เขาก้มลงมองอย่างสงสัย เห็นหลินชีเยี่ยที่เหม่อลอยมาตลอดยื่นมือจับล้อรถ บังคับให้พวกเขาหยุด
หลินชีเยี่ยในชุดผู้ป่วยสีฟ้าขาวที่เพิ่งเปลี่ยน นั่งนิ่งบนรถเข็นราวกับรูปปั้น จ้องมองไปที่ไกล ๆ ไม่ขยับเขยื้อน