[ช่วยอะไรเหรอ?]“ฉันอยากกินเครป”[เครป?] เจียงเอ่อร์ชะงัก แต่ก็พยักหน้าพลางพูดว่า [ได้! ฉันจะหาทางจัดการให้ คุณรอฉันตรงนี้นะ ฉันจะรีบกลับมา]เสียงของเจียงเอ่อร์หายไปจากหูฟังบลูทูธ ร่างเงานั้นจมหายลงไปใต้พื้นดิน ไม่รู้ว่าลอยไปทางไหนหลังจากแน่ใจว่าเจียงเอ่อร์จากไปแล้ว อันชิงอวี๋ก็เข็นรถเข็นตรงไปที่ด้านหลังฝูงชน“เฉาเยวียน” เขาตะโกนเรียกคนสองคนในฝูงชนเฉาเยวียนที่กำลังคุยเล่นกับหลู่เมิ่งเหล่ยเห็นเขาแล้วก็ถามอย่างแปลกใจ “ทำไมมีแค่นายคนเดียว? เจียงเอ่อร์ล่ะ?”“เธอไม่อยู่ที่นี่สักพักน่ะ” อันชิงอวี๋สูดหายใจลึก พูดอย่างจริงจัง “ฉันต้องการให้นายช่วย”“นายอยากทำอะไร?”อันชิงอวี๋ค่อยๆ พูดบางอย่างออกมา ดวงตาของหลู่เมิ่งเหล่ยค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น ปากเล็กๆ เบิกเป็นรูปตัว ‘O’ส่วนมุมปากของเฉาเยวียนที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มยกยิ้ม“ในที่สุดนายก็รู้เรื่องซะที” เฉาเยวียนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ฝากไว้กับฉันได้เลย”“นี่……พวกนายจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” หลู่เมิ่งเหล่ยพูดอย่างไม่แน่ใจ“อืม คุณรอผมที่นี่ก็ได้”“ไม่ได้! นานๆ จะได้เจอเรื่องน่าตื่นเต้นแบบนี้ ฉันพลาดไม่ได้เด็ดขาด!” หลู่เมิ่งเหล่ยตัดสินใจแน่วแน่ พูดกับอันชิงอวี๋อย่างจริงจัง “รุ่นน้อง นายวางใจได้ เรื่องนี้พวกเราจัดการให้แน่นอน!”อันชิงอวี๋ยิ้มเขินๆ ทั้งสามคนรีบหายตัวไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว“สมาชิกหน่วยของนายดูเหมือนจะแอบไปหลังเวทีนะ” เฉินหานเห็นภาพนั้