นิสัยก็ดีด้วย ฉันคงใกล้จะสมหวังแล้วล่ะ”“นาย……คิดดีแล้วเหรอ?”เฉาเยวียนมองไปที่อันชิงอวี๋ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ “คิดดีเรื่องอะไร?”“พวกเราอยู่ที่นี่นานไม่ได้หรอกนะ พอกลับไปโลกที่พวกเราควรจะอยู่ พวกนายก็คงไม่ได้เจอกันอีก”“ไม่ได้เจอกันอีก? ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” เฉาเยวียนส่ายหน้า “แม้แต่ตอนไปทำภารกิจในหมอกก็แค่หนึ่งถึงสองเดือนก็กลับมาแล้ว ถ้ามีเวลาว่าง ฉันก็มาเยี่ยมเธอได้ ถึงภารกิจจะถี่แค่ไหน หนึ่งปีก็ต้องได้เจอกันสักครั้งใช่ไหม?”“หนึ่งปีเจอกันครั้งเดียว มันน้อยไปไหม?”“ทหารชายแดนกับตำรวจปราบยาเสพติดตั้งหลายคน หลายปียังไม่ได้กลับบ้านไปเจอครอบครัวเลย ถ้าเป็นรักแท้ ปีละครั้งก็พอแล้ว”“แล้วถ้านายเกิดเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ล่ะ?”“……นายจะคิดร้ายกับฉันไปทำไม?”“ฉันแค่สมมติ”“ถ้าฉันเสียชีวิต ฉันจะให้คนไปบอกเธอเอง ไม่ให้เธอต้องรอฉัน” เฉาเยวียนตอบเสร็จก็มองดูอันชิงอวี๋อย่างซับซ้อน “ฉันว่านะ ชิงอวี๋ นายมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว”“นี่ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย แต่ตอนนี้พวกเรายังให้อนาคตที่สมบูรณ์แบบกับพวกเธอไม่ได้ ไม่ใช่เหรอ?”“ความรักไม่ใช่การรบ ไม่จำเป็นต้องวางแผนอย่างละเอียด นายคิดมากเกินไป กลับกลายเป็นทุกข์ใจเอง” เฉาเยวียนตบไหล่อันชิงอวี๋ คำพูดเดียวกันนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนหลินชีเยี่ยก็พูดกับเขาเหมือนกัน“นายดูเจียงเอ่อร์สิ เธอชอบนายก็คือชอบ เธอทุ่มเทให้นาย เคยคิดอะไรมากขนาดนี้ไหม? แล้วดูนายสิ……เธอทำเพ