“สถานการณ์วันนี้เป็นยังไงบ้าง” หลินชีเยี่ยเดินเข้าไปในห้องทำงานของเฉินหาน แล้วถามเฉินหานส่ายหน้าอย่างขมขื่น “ไม่มีความคืบหน้าเลย เราค้นหาในพื้นที่เมืองหลวงแทบจะพลิกแผ่นดินแล้ว แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใดๆ เกี่ยวกับคธูลูเลย……นายคิดว่า พวกเราคิดผิดรึเปล่า”หลินชีเยี่ยมองแผนที่เมืองหลวงบนผนังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด‘ไม่มีเหรอ……ทำไมถึงไม่มีล่ะ’“บางที เราอาจจะเดินทางผิด” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นพลางครุ่นคิด “ข้อสรุปทั้งหมดของเราตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า สิ่งที่มิโกกำลังตามหาเป็นของจากตำนานคธูลู……หากสิ่งที่พวกมันตามหาไม่ได้มาจากตำนานคธูลู ก็อาจอธิบายได้”“ไม่ใช่ของจากตำนานคธูลูเหรอ แล้วทำไมพวกมันถึงสนใจนัก”“ไม่รู้……แต่มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นที่จะอธิบายได้ว่าทำไมผมถึงไม่รู้สึกถึงพลังของคธูลูเลยสักนิด และเราค้นหาทั่วเมืองแล้วยังไม่มีความคืบหน้า”“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เรื่องนี้ก็ยากแล้ว”เฉินหานลุกขึ้นยืน จ้องมองแผนที่เมืองหลวงแล้วเอ่ยช้าๆ “เมืองหลวงกินพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่กว่ายี่สิบล้านคน……หากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะค้นหาไปถึงเมื่อไหร่กัน”หลินชีเยี่ยจ้องแผนที่อยู่พักใหญ่ ก่อนถอนหายใจอย่างไร้ทางออก “ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็คงต้องเสี่ยงดูสักตั้ง”“พิภพเทพ?”“ในเมื่อเบาะแสทั้งหมดขาดหายไป เราก็ต้องพึ่ง ‘ปาฏิหาริย์’ เท่านั้น” หลินชีเยี่ยหยิบไส้ปากกาลูกลื่นจากโต๊ะทำงานมาถือไว้ที่ปลายนิ้ว