่อร์ใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน [ไม่มีอะไรเลย เป็นห้องเรียนธรรมดาๆ นะ]หลินชีเยี่ยพยักหน้า“จริงๆ แล้ว วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดตอนนี้ คือให้เจียงเอ่อร์ไปหลอกหลอนหลู่เมิ่งเหล่ย……แต่ฉันกลัวว่าจะตรงเกินไป เฉาเยวียนอาจจะตั้งตัวไม่ทัน และหลู่เมิ่งเหล่ยอาจจะเป็นลมได้” หลินชีเยี่ยเอ่ยขณะที่ครุ่นคิดอันชิงอวี๋พยักหน้า “ก็จริง ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้”ในสภาพปัจจุบันของเจียงเอ่อร์ เธอเหมือนผีผู้หญิงในชุดขาว หากเธอปรากฏตัวต่อหน้าหลู่เมิ่งเหล่ย บรรยากาศที่มีความหวาดเสียวเล็กน้อยนี้ คงจะกลายเป็นเรื่องเดอะริงไปแน่[น่าเสียดาย ถ้าห้อง 609 นี่มีอะไรลึกลับสักหน่อยก็ดีสิ] เจียงเอ่อร์ถอนหายใจ[ไปเอากระเป๋าแล้วกลับมาแบบนี้ รู้สึกไม่ค่อยสาแก่ใจเลย…]“หลู่เมิ่งเหล่ยเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา สถานการณ์ตอนนี้สำหรับเธอถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว” หลินชีเยี่ยมองดูร่างทั้งสองที่กำลังขึ้นบันได แล้วเอ่ยช้าๆ “เราทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับเฉาเยวียนแล้ว”…ในแสงไฟฉายสีซีด บันไดที่มืดมิดถูกเหยียบย่ำทีละขั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังก้องไปทั่วอาคารเรียนที่เงียบสนิทหลู่เมิ่งเหล่ยจับแขนเฉาเยวียนแน่น สายตาไม่กล้ามองรอบข้าง กลัวว่าจะมีบางสิ่งโผล่ออกมา“เรา……เราขึ้นมาถึงชั้นอะไรแล้ว?”เฉาเยวียนส่องไฟฉายไปที่ป้ายบอกชั้น “ชั้นสาม”“แต่……ฉันรู้สึกว่าเราเดินขึ้นมาแล้วห้าหกชั้นนะ” สีหน้าของหลู่เมิ่งเหล่ยซีดลงเรื่อยๆ “รุ่นน้องเฉาเยวียน… เ