บลง คนทั้งสองก็เดินออกมาจากอาคาร พวกหลินชีเยี่ยที่นั่งดูการประลองมาสองชั่วโมงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง“ตอนดึกๆ ถนนว่าง รุ่นน้องไปส่งรุ่นพี่กลับหอพัก ดูสมเหตุสมผลดี” อันชิงอวี๋กลั้นหัวเราะ “ถ้าหอพักปิดพอดีทำให้เธอกลับหอพักไม่ได้ ก็จะสมบูรณ์แบบ”[น่าเสียดายที่หอพักของมหาวิทยาลัยซ่างจิงไม่มีเวลาปิดประตู ไม่ว่าจะกลับกี่โมงก็เข้าได้] เจียงเอ่อร์รู้กฎระเบียบของมหาวิทยาลัยซ่างจิงเป็นอย่างดี จึงถอนหายใจอย่างไร้เรี่ยวแรง ทำสีหน้าเหมือนพลาดฉากสำคัญอันชิงอวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ฉันว่า ถ้าพวกเขากลับไปแบบนี้ จะน่าเสียดายไปหน่อยมั้ย?”[หมายความว่ายังไง?]“ดูสิ หลังจากการประลองเมื่อครู่นี้ หลู่เมิ่งเหล่ยมีความรู้สึกชื่นชมในตัวเฉาเยวียนแล้ว… ฉันว่าควรจะตีเหล็กตอนร้อน ให้ความรู้สึกชื่นชมของเธอกลายเป็นความรู้สึกปลอดภัย”[ความรู้สึกปลอดภัย……จะทำยังไง?]หลินชีเยี่ยเอามือลูบคาง ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ สายตามองไปยังอาคารเรียนที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดไม่ไกลนักมุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย“ฉันมีวิธี……”……“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?”หลู่เมิ่งเหล่ยสะพายดาบไม้ไผ่ มองถนนที่ว่างเปล่า โคมไฟถนนไม่กี่ดวงกระจายอยู่สองข้างทาง แสงสลัวในความมืดทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยเงียบสงัด“ตอนนี้เลยเที่ยงคืนไปแล้ว” เฉาเยวียนมองเวลา แล้วถามเหมือนไม่ได้ตั้งใจ “หอพักปิดประตูกี่โมงครับ?”“ปิดประตู? หอพักมหาวิทยาลัยซ่างจิงไม่มีเวลาปิดประตูนะ”“อ๋อ……”สีหน้า