ียวขจีในระยะไกล แผ่กลิ่นอายความสงบงดงาม“ชิงอวี๋ รู้สึกยังไงบ้าง?” หลินชีเยี่ยถามพลางเข็นรถให้อันชิงอวี๋อันชิงอวี๋จ้องมองทะเลสาบ ต้นไม้เขียวขจี และนักศึกษาหนุ่มสาวที่เดินจับกลุ่มสองสามคนริมทะเลสาบ แล้วยิ้มน้อยๆ“ที่นี่เงียบสงบดี ฉันชอบ”เห็นสีหน้าของอันชิงอวี๋ หลินชีเยี่ยก็รู้ว่าแผนของตัวเองใช้ได้ผล“ข้างหน้านั่นทำอะไรกัน? ทำไมคึกคักจัง?” เฉาเยวียนมองไปที่เต็นท์ชั่วคราวที่ตั้งอยู่สองข้างทาง มีฝูงชนจำนวนมากหยุดยืนริมถนน เสียงหัวเราะพูดคุยดังระงม“งานรับสมัครสมาชิกชมรม?” หลินชีเยี่ยอ่านตัวหนังสือบนป้าย “น่าจะเป็นกิจกรรมชมรม ไปดูกันไหม?”“พวกนายไปกันเถอะ ฉันอยากเดินเล่นริมทะเลสาบอีกสักหน่อย” อันชิงอวี๋จับจ้องที่ผิวน้ำอันสงบนิ่ง พลางพูดขึ้น“งั้นฉันเข็นรถให้นะ” หลินชีเยี่ยบอก“ไม่ต้องหรอก ชีเยี่ย นายถือว่าฉันเป็นคนพิการจริงๆ เหรอ?” อันชิงอวี๋หัวเราะอย่างจนใจ “ถึงฉันจะใช้ผนึกต้องห้ามไม่ได้ แต่ในโลกนี้ สิ่งที่จะคุกคามชีวิตฉันได้ก็มีไม่มากหรอก… อีกอย่าง ฉันยังมีเจียงเอ่อร์อยู่ด้วย”อันชิงอวี๋ชี้ไปที่หูฟังบลูทูธในหูของตัวเองหลินชีเยี่ยเห็นดังนั้นก็ไม่ขัดอีก จึงพยักหน้าเล็กน้อย “ได้ งั้นเจอกันตอนเย็นนะ”หลินชีเยี่ย เฉาเยวียน และหลี่อี้เฟยบอกลาอันชิงอวี๋ แล้วเดินตรงไปยังบริเวณรับสมัครชมรมที่คึกคักนั้นถนนเส้นนี้รวมถึงพื้นที่ว่างใกล้อาคารเรียนเต็มไปด้วยเต็นท์และป้ายประกาศ มีนักศึกษาหนุ่มสาวในชุดประจำชมร