“ว่าไงนะ?”ภายในห้องบัญชาการที่ด่านเฉินหนาน จั่วชิงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาด “พวกเขาจะไปมหาวิทยาลัยซ่างจิงเหรอ?”“หัวหน้าหลินพูดแบบนั้นครับ” หมิ่นจวินเลี่ยงพูดด้วยสีหน้ากลั้นขำจั่วชิงพิงพนักเก้าอี้ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพึมพำ “หรือว่าเป็นเพราะอันชิงอวี๋……”เขาใคร่ครวญสักพัก แล้วหันไปทางร่างในชุดขาวข้างกาย “หมอหลี่ คุณได้ตรวจดูอาการของอันชิงอวี๋ด้วยตัวเองแล้ว คุณคิดยังไงครับ?”หมอหลี่พูดช้าๆ “อาการของอันชิงอวี๋ยังไม่ชัดเจน ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้อย่างที่เทพต้าเซี่ยพูดก็จริง แต่ตอนนี้ยังมองไม่ออก อาจต้องรออีกสักระยะ”“ถ้าเขาไปมหาวิทยาลัยซ่างจิงตอนนี้ จะเกิดผลเสียไหม?”“จากที่ผมคาดการณ์ตอนนี้ อาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่มีหัวหน้าหลินกับคนอื่นๆ คอยดูแล คงไม่มีปัญหาใหญ่”หมอหลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “แต่เพื่อความปลอดภัย ควรจัดคนไปคอยเฝ้าดูพวกเขาแบบลับๆ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน”จั่วชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนยังลังเล“จริงๆ แล้วการให้เขาไปมหาวิทยาลัยซ่างจิงก็เป็นเรื่องดี” หมอหลี่พูดต่อ “นั่นคือชีวิตที่เหมาะสมกับคนวัยพวกเขา การได้สัมผัสโลกอีกแบบ อาจทำให้ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไปก็ได้”เมื่อได้ยินประโยคนี้ จั่วชิงจึงพยักหน้า “ในเมื่อหมอหลี่พูดแบบนี้แล้ว ก็ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะ”“จวินเลี่ยง ไปจัดการเรื่องการรับเข้าเรียนแบบพิเศษให้พวกเขา ให้เข้าเรียนพร้อมนักศึกษาใหม่รอบนี้ แล้วเตรียมที่พักแยกให้พวกเขาแถวๆ มหาวิทยาลั