ไรที่จะทั้งดึงดูดความสนใจของอันชิงอวี๋และทำให้อีกฝ่ายมีความสุข บรรเทาความกดดันในใจได้เฉาเยวียนก็ไม่มีคำแนะนำที่ดีเช่นกัน ในที่สุด หลินชีเยี่ยจึงได้ดำดิ่งจิตสำนึกเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจบางอย่าง“อาจู”หลินชีเยี่ยเดินอยู่ในระเบียงทางเดิน แล้วตบไหล่อาจูที่กำลังแอบย่องอยู่ในครัวอาจูตกใจจนแทบจะร้องออกมา รีบเอามือปิดปากไว้ข้างหนึ่ง อีกมือซ่อนขนมครึ่งชิ้นไว้ข้างหลัง ในปากยังเคี้ยวอะไรบางอย่าง“อ๋อ ผู้อำนวยการนี่เอง……” อาจูพูดเสียงอู้อี้ จากนั้นก็กลืนของในปากลงไป “มีอะไรหรือครับ?”“นายกำลังทำอะไรอยู่?”“ผม… ผมแค่มาตรวจสอบความสะอาดในครัวน่ะครับ”“……” หลินชีเยี่ยมองเศษขนมที่มุมปากของอีกฝ่าย แต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วถามว่า “หลี่อี้เฟยอยู่ไหน?”“ผู้จัดการหลี่? เขาไปตรวจหอพักผู้ช่วยพยาบาลอยู่ครับ ผม… ผมจะไปเรียกเขามาให้นะ!” อาจูวิ่งออกจากครัวอย่างรวดเร็ว พร้อมยัดขนมที่เหลืออีกครึ่งเข้าปาก แล้วหายวับไปในพริบตาไม่นาน หลี่อี้เฟยก็รีบเดินมา“ชีเยี่ย มีอะไรเหรอ?”“ไม่มีอะไร แค่อยากมาคุยกับนายน่ะ”“ฮ่าฮ่า นานๆ ทีนะเนี่ย……รอแป๊บนะ ฉันจะให้คนเอาโต๊ะเก้าอี้มา เราไปคุยกันที่สวนดีกว่า พอดีเลย เช้านี้ให้พวกเขาลองทำขนมเปี๊ยะลูกท้อ ยังเหลืออยู่เยอะเลย” หลี่อี้เฟยเดินเข้าไปในครัว ค้นอยู่ในตู้สักพัก แล้วชะงักเล็กน้อยเขาดึงมือออกมาอย่างสงสัย มองขนมเปี๊ยะลูกท้อที่เหลือครึ่งชิ้น พร้อมรอยฟันชัดเ