ทะยานผ่านความมืดมิดของห้วงอวกาศ หายลับไปในม่านหมอกรอบโลก……หลายวันต่อมาเคร้ง!คมดาบปะทะกันกลางอากาศ ร่างสองร่างกระเด้งถอยห่างจากกัน หลินชีเยี่ยทรงตัวกลางอากาศก่อนลงจอดบนลานฝึกอันแข็งแกร่ง จ้องมองไปยังเฉินหานที่อยู่ตรงข้ามเฉินหานกำดาบตรงไว้แน่น ถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าจริงจังอย่างยิ่งหลังจากหยุดชั่วครู่ ทั้งสองร่างก็พุ่งเข้าหากันดุจสายฟ้า ดาบปะทะกันกลางอากาศ ประกายไฟกระเด็นออกมา“แข็งแกร่งมาก” หลี่เจินเจินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมลานฝึกพร้อมอีกสองคน มองประกายดาบที่พุ่งพล่านบนลานฝึกอดชื่นชมไม่ได้ด้านข้าง ฟางโม่จ้องมองอย่างตั้งใจ กลัวจะพลาดรายละเอียดแม้เพียงนิด ส่วนหลูเป่าโย่วกำด้ามดาบตรงที่เอวท่าทางอยากร่วมต่อสู้“ไม่ต้องใช้พลังจิตหรือผนึกต้องห้าม แค่ทักษะการใช้ดาบ ก็สามารถสร้างพลังทำลายล้างที่น่ากลัวขนาดนี้ได้เหรอ?”“แค่ทักษะการใช้ดาบคงไม่ได้” ฟางโม่กล่าว “นอกจากทักษะการใช้ดาบแล้ว ยังต้องมีสมรรถภาพร่างกายที่เหนือธรรมชาติด้วย ไม่งั้นต่อให้ใช้ดาบเก่งแค่ไหนก็แค่ศิลปะของมนุษย์……ดูท่านชีเยี่ยสิ ทุกดาบแฝงพลังน่ากลัว แม้ไม่มีดาบในมือ แค่ฝ่ามือเดียวก็ทำลายเรือนสี่ประสานนี้ให้แหลกได้”“อัจฉริยะจริงๆ……มิน่าล่ะหัวหน้าเฉินถึงแพ้เขาตลอด”“หัวหน้าเฉินพยายามเต็มที่แล้ว”หลูเป่าโย่วละสายตาอย่างดูแคลน มองดาบในอ้อมอกตัวเอง พูดเสียงหนักแน่น“ไม่เห็นจะวิเศษตรงไหน……พอฉันอายุเท่านี้……ฉันจะต้องแข็งแกร่งกว่าพวกเขาแน่