ร่างวิญญาณล่องลอยทะลุผนังเข้าไปอิงแอบอยู่ข้างๆ อันชิงอวี๋“ร่างจริงของเธอล่ะ?” คนหลังเอ่ยถาม[ฉัน……ฉันเอาตัวเองไปไว้ใต้หลังคาในสวนน่ะ] เจียงเอ่อร์ก้มหน้าพูดเสียงเบา [ฉันกลัวว่าการวางโลงศพไว้ในห้องจะ……ไม่เป็นมงคล]อันชิงอวี๋ชะงักไป แล้วหัวเราะแผ่วเบา “พูดอะไรโง่ๆ พวกเราอยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแล้ว ถ้าการมีโลงศพอยู่ด้วยไม่เป็นมงคล ป่านนี้ฉันคงตายไปหลายร้อยรอบแล้ว”[ฉันไม่สนใจ คืนนี้ฉันแค่ไม่อยากเห็นตัวเอง]“……”อันชิงอวี๋เห็นว่าพูดอย่างไรเจียงเอ่อร์ก็ไม่ยอมฟัง จึงได้แต่นอนลงอย่างจำใจ มองเพดานที่มืดมิดอย่างเหม่อลอยเจียงเอ่อร์เอนตัวอยู่ข้างเขา แสงจันทร์สลัวส่องผ่านร่างที่โปร่งแสงของเธอ ราวกับย้อมผ้าปูที่นอนเป็นสีขาว[ชิงอวี๋……]ในความมืด เสียงของเจียงเอ่อร์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน“หืม?”[ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ]อันชิงอวี๋หันไปมองดวงตาที่บริสุทธิ์และมุ่งมั่นของเจียงเอ่อร์ จิตใจเขาพลันสั่นไหวเขาเอื้อมมือลูบศีรษะของเจียงเอ่อร์อย่างแผ่วเบา พร้อมส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง……ก๊อก ก๊อก ก๊อกแสงแดดสดใสส่องผ่านหน้าต่างลงมากระทบพื้นห้อง อันชิงอวี๋ถูกเสียงเคาะประตูเบาๆ ปลุกให้ตื่น ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียเขาจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนหลับไปตอนไหน รู้แค่ว่าตัวเองนอนเหมือนศพอยู่บนเตียง จ้องเพดานเหม่อลอย ในช่วงที่จิตใจพร่าเลือน เขาเหมือนกำลังฝันอีกครั้ง……ความฝันที่แปลกประหลาดนั้น“เข้ามา……”