นซับซ้อนของอันชิงอวี๋ ปลายดาบอันคมกริบถูกเฉาเยวียนกำแน่นด้วยมือที่แข็งแรง แล้วจ่อไว้ที่หน้าอกของตัวเองเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลผ่านฝ่ามือของเฉาเยวียน หยดลงบนพื้นก่อนจะเอื้อนเอ่ย “ฆ่าฉันซะ”อันชิงอวี๋กำดาบตรงไว้แน่น ไม่พูดอะไรสักคำเฉาเยวียนถอนหายใจยาว ขณะที่กำลังจะพุ่งเข้าหาคมดาบ ทันใดนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างคนทั้งสองในทันที!เงาร่างนั้นใช้นิ้วดีดใบดาบ ส่งเสียงดังก้องกังวาน แรงสั่นสะเทือนทำให้ดาบหลุดจากมือของอันชิงอวี๋และเฉาเยวียน พุ่งปักเข้าไปในกำแพงลึกเฉาเยวียนและอันชิงอวี๋เบิกตากว้าง หันไปมองพร้อมกัน“พั่งพั่ง?!” เฉาเยวียนถามอย่างสงสัย “เมื่อกี้นายหายไปไหนมา?”ไป๋หลี่พั่งพั่งไม่ตอบ เพียงแค่จ้องมองดาวเคราะห์น้อยสามดวงที่กำลังทะลุชั้นบรรยากาศ พุ่งลงมายังพื้นโลก แล้วเอ่ยช้าๆ ว่า“ไม่จำเป็นต้องปล่อยราชันทมิฬออกมา ต้าเซี่ย… ยังไม่ถึงขั้นนั้น”สิ้นเสียง เขาก็หันหลังเดินไปหามอลลี่ ท่ามกลางสายตาที่สงสัยของคนทั้งสองเมื่อเห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาอยู่ใกล้ตัวเช่นนี้ มอลลี่เม้มริมฝีปาก เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนฝ่ามือของเธอ“เธอพูดถูก……เรื่องราวของพวกเรา ควรมีจุดจบเสียที” ไป๋หลี่พั่งพั่งสบตาเธอพลางเอ่ยแผ่วเบามอลลี่ชะงักไปเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าไป๋หลี่พั่งพั่งตรงหน้าดูแปลกไป“พั่งพั่ง นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”