ย คงซวยมาแปดชาติแล้วล่ะ……ช่างเถอะๆ นายถามต่อไปเลย แต่ห้ามใช้หมาตัวนั้นอีกนะ! ได้ยินไหม!?”หลินชีเยี่ยพยักหน้าหงึกหงัก ราวกับตำข้าว ดวงตาของพร่ำรำพันค่อยๆ ปิดลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าก็แสดงออกถึงความว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวาหลินชีเยี่ยลองเขย่าศีรษะของอีกฝ่ายเบาๆ “เฮ้ ตื่นสิ!”ม่านตาของพร่ำรำพันที่เหม่อลอยค่อยๆ หดตัวลง ดวงตาที่มองมาทางหลินชีเยี่ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!“ฉันขอถามหน่อย นายคือใคร?”“ฉัน… ฉันชื่อเฉินเอ้อร์หนิว……”เมื่อได้ยินชื่อนี้ มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อยเขามองสำรวจพร่ำรำพันตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาด ไม่สามารถเชื่อมโยงชื่อ ‘เฉินเอ้อร์หนิว’ กับร่างที่สวมชุดทักซิโด้อันสง่างามได้เลย… คาดว่าในตอนนี้ พร่ำรำพันยังไม่ได้ตั้งชื่อ ‘พร่ำรำพัน’ ให้ตัวเอง“เมื่อกี้นายเดินเร็วมาก กำลังจะไปไหนน่ะ?” หลินชีเยี่ยจ้องตาของอีกฝ่ายพร่ำรำพันอ้าปากค้าง หลังจากผ่านไปสักพัก ก็เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก“ฉัน… ฉันจะไปแม่น้ำหวงผู่……”“ไปแม่น้ำหวงผู่ทำไม?” หลินชีเยี่ยถามเสียงเย็นเยียบ “ในศาสนจักรเทพโบราณ นอกจากนายแล้ว ยังมีคนมาอีกกี่คน?”คำถามสองข้อถูกถามออกมาติดๆ กัน สีหน้าของพร่ำรำพันยิ่งดูแย่ลง สายตาเหลือบไปทางกระเป๋าถือสีดำที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ในตรอกไม่ไกลหลินชีเยี่ยสังเกตเห็นสายตานั้น รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเก็บกระเป๋าถือสีดำขึ้นมาฉวยโอกาสตอนที่หลินชีเยี่ยออกห่างไปชั่วขณะ ดวงตาของพร่ำรำพันปรากฏ