“เกิดอะไรขึ้น?”“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ตอนที่อยู่บนชายหาด ฉันใช้พลังจิตกวาดไปทั่วเกาะแล้ว ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยและก็ไม่มีอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าด้วย”หลินชีเยี่ยก้มตัวลงเก็บสายไฟที่เก่าจนผุพังขึ้นมาจากพื้น “งั้น… ไฟฟ้าที่นี่มาจากไหนกัน?”ทุกคนมองสายไฟครึ่งท่อนในมือของหลินชีเยี่ยแล้วจมอยู่ในความเงียบดนตรีแจ๊สที่มีจังหวะสม่ำเสมอ พร้อมกับแสงไฟระยิบระยับราวกับห้วงฝัน ทำให้บรรยากาศในห้องบอลรูมยิ่งคึกคักขึ้น หญิงสาวร่างสูงในชุดกี่เพ้า ผมสีดำขลับ กับชายวัยกลางคนใส่สูท ท่าทางสุภาพเรียบร้อย กอดกันกลางฟลอร์เต้นรำอย่างสง่างามและเร่าร้อน ดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้ตัวเลยว่ามีพวกหลินชีเยี่ยอยู่ในขณะที่หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ กำลังจะลงมือทำอะไรบางอย่าง ร่างหนึ่งในฟลอร์เต้นรำก็เหลือบมองมาที่ประตูแล้วยิ้มน้อยๆนั่นเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตฮาวายกับกางเกงขาบาน เขาค่อยๆ ดึงแว่นตากันแดดสีดำบนสันจมูกลง ขยิบตาให้หญิงสาวสวยในอ้อมกอด จากนั้นก็ปล่อยเอวบางของเธอออก ย่างเท้าไปตามฟลอร์เต้นรำอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะยืนอยู่กลางฟลอร์อย่างมั่นคงเขาโบกมือ ไมโครโฟนแบบตั้งพื้นที่ดูมีกลิ่นอายของยุคสมัยปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาจับไมโครโฟนด้วยสองมือ ค้อมตัวลงเล็กน้อย พร้อมกับเงยหน้ามองไปทางที่หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ อยู่ ก่อนจะตะโกนเสียงดัง“สหายใหม่! สบายดีไหม?!”หน่วยม่านราตรี “???”“อะไรกันเนี่ย?” ไป๋หลี่พั่งพั่งอดบ่นพึมพำไม่ได้“