หลินชีเยี่ยนึกถึงน้ำเสียงของจั่วชิงในโทรศัพท์เมื่อครู่ แล้วถอนหายใจยาว “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น……”[คุณชีเยี่ย ข้างนอกดูเหมือนมีคนมาหาคุณ]วิญญาณเจียงเอ่อร์ลอดผ่านกำแพงมา โผล่ครึ่งตัวออกมาบอกหลินชีเยี่ย“มาหาฉัน?”หลินชีเยี่ยเปิดประตู มองออกไปข้างนอก เห็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งพาสุนัขร้ายสีเทาตัวหนึ่งยืนอยู่บนตึกสูงฝั่งตรงข้าม กำลังก้มมองมาทางนี้“ซือเสี่ยวหนาน……” หลินชีเยี่ยพึมพำ จากนั้นหันไปบอกคนอื่น “พวกนายคุยกันต่อเถอะ ฉันต้องออกไปข้างนอกหน่อย”ร่างของหลินชีเยี่ยกลายเป็นเงาดำในรัตติกาล แล้วหายวับไปจากที่เดิมเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มาอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามแล้วสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดมาจากที่ไกล ปลิวสยายเส้นผมสีดำของซือเสี่ยวหนาน เธอหันมามองหลินชีเยี่ยที่เดินเข้ามา ดวงตายังแดงเรื่อหลินชีเยี่ยมองสุนัขใหญ่สีเทาที่ดุร้ายใต้เท้าเธอ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “อสูรหมาป่า เฟนริร์? เธอเปลี่ยนมันเป็นสุนัขพาติดตัวมาด้วยเหรอ?”“ร่างดั้งเดิมของมันใหญ่เกินไป ถ้าเข้าต้าเซี่ยมาอย่างนั้นคงทำให้เกิดความโกลาหล” ซือเสี่ยวหนานลูบหัวเฟนริร์เบาๆ มันก็เก็บเขี้ยวลงนอนราบกับพื้นอย่างว่าง่าย“เธอกลับไปชางหนานมาแล้วเหรอ?”“อืม” ซือเสี่ยวหนานเว้นวรรค “ฉันไปที่สุสานหน่วยพิทักษ์ราตรีในชางหนาน สลักหลุมศพให้เหลิ่งเซวียน แล้วก็เคารพรองหัวหน้าหน่วยด้วย”หลินชีเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าพลันหม่นลง เงียบไปนานก่อนจะถอนหายใจยาว……ระห