ม กลายเป็นอสูรหมาป่าขนาดเท่าภูเขา ลงจอดอย่างมั่นคงหน้าเส้นพรมแดน ทำให้เศษหินทรายกระเด็นขึ้นมาซือเสี่ยวหนานลงจอดบนหัวของเฟนริร์แผ่วเบา หันหน้าไปมองท้องฟ้าสีครามเป็นครั้งสุดท้าย ค่อยๆ หลับตาลง…“ไปกันเถอะ”เฟนริร์ส่งเสียงคำรามต่ำ แบกซือเสี่ยวหนานบนหลัง พุ่งเข้าไปในหมอกขาทั้งสี่ข้างอันแข็งแรงของหมาป่าวิ่งกลางอากาศ ต้าเซี่ยอยู่ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย มือดึงขนบนหัวของเฟนริร์เฟนริร์หยุดกะทันหันกลางอากาศดวงตาสีแดงก่ำกวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ขนทั้งตัวลุกชัน พลังแห่งความตายและความมืดรวมตัวกันรอบกายอย่างท่วมท้น ราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยิ่งใหญ่“ออกมาเถอะ” ซือเสี่ยวหนานยืนอยู่บนหลังของเฟนริร์ เอ่ยปากอย่างเรียบเฉยร่างหลายร่างปรากฏขึ้นจากหมอก ทุกคนล้วนแผ่รัศมีอำนาจของเทพเจ้า นำโดยชายร่างผอมแห้งสวมเสื้อผ้าป่านสีทองเข้ม แขนขาห้อยอยู่ข้างลำตัว บนใบหน้ามีแผลเป็นเหวอะหวะ ประกายไฟวูบวาบในดวงตา ร่างกายเปล่งรัศมีระดับเทพหลักที่ไม่ด้อยไปกว่าซือเสี่ยวหนานเบื้องหลังเขาคือเทพรองสี่องค์ที่บาดเจ็บทั่วร่างซือเสี่ยวหนานจำพวกเขาได้ เพราะที่แอสการ์ด เธอเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าเทพรองเหล่านี้ เทพหลักอินเดียที่มีสี่แขนนั้น เธอเป็นคนปล่อยออกมาจากคุกใต้ดินลึกสุดด้วยตัวเอง“ฉันน่าจะเคยบอกไว้ว่า หลังจากออกจากแอสการ์ดแล้ว จะคืนอิสรภาพให้พวกคุณ เราไม่มีความเกี่ยวข้องก