กาศ ไม่ขยับเขยื้อนราวกับหินผา เธอมองดูเฟนริร์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายอย่างเย็นชา ปล่อยให้ปากกว้างเต็มไปด้วยเลือดนั้นครอบคลุมร่างของตน……ในวินาทีที่เขี้ยวอันแหลมคมกำลังจะงับเข้าหากัน กลลวงหนึ่งวาบผ่านลึกในดวงตาของซือเสี่ยวหนาน ร่างของเฟนริร์ก็หายวับไปกลางอากาศทันที จากนั้นก็ตกลงมาบนพื้นดินอันหนาทึบราวกับกระสุนปืนใหญ่ เศษอิฐกระเด็นกระจายร่างขนาดมหึมานั้นกระแทกพื้นเป็นหลุมลึกสิบกว่าเมตรในชั่วพริบตา!ไม่มีใครเห็นว่าซือเสี่ยวหนานทำอะไร พวกอาชญากรที่เคยรุมโจมตีเฟนริร์ก่อนหน้านี้เห็นภาพนี้แล้วต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมพวกเขารู้ดีว่าอสูรหมาป่าเฟนริร์แข็งแกร่งเพียงใด แม้แต่พวกเขาหลายคนที่เป็นเทพรองร่วมมือกัน ก็ไม่สามารถได้เปรียบในเวลาสั้นๆ แบบนี้ได้……ดูเหมือนว่าเทพแห่งกลลวงคนใหม่นี้ จะมีพลังไม่ด้อยไปกว่าโลกิคนก่อนเท่าไหร่“มนุษย์คนที่สองที่กลายเป็นเทพสินะ……” หลินชีเยี่ยพึมพำหลินชีเยี่ยจำได้แม่นว่ามิคาเอลเคยพูดไว้ว่า ศรัทธาทั้งหมดของมนุษย์ที่กลายเป็นเทพนั้นมาจากตัวเอง ไม่ได้พึ่งพารากฐานของระบบเทพเจ้าใดๆ ดังนั้นแม้การที่มนุษย์บรรลุเทพจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่หากทำได้จริง ก็จะเทียบเท่ากับเทพระดับสูงสุดในระบบเทพปกรณัมได้เลยทีเดียวส่วนซือเสี่ยวหนานควบคุมกฎเกณฑ์ของกลลวงที่ลึกลับที่สุด เธอแทนที่โลกิกลายเป็นเทพแห่งกลลวงคนใหม่ พลังของเธอจึงไม่มีทางอ่อนแอไปได้เฟนริร์โงนเงนลุกขึ้นยืนจากหลุมยักษ์ สะบัดหัวไปมา ขน