อยู่กับที่ พึมพำเบาๆ “โอสถอมตะทั้งหมดปรากฏออกมาแล้ว……หรือว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่นั้นกำลังจะมาถึง?”ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น หลังจากผ่านไปนาน จึงถอนหายใจยาว……สีหน้าดูเหมือนจะมีความจนใจ“พั่งพั่ง!” เฉาเยวียนที่อยู่ไกลออกไปเห็นอีกฝ่ายยังไม่เดินมา จึงตะโกนเรียกไป๋หลี่พั่งพั่งมองลวดลายบนเศษหินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเหยียบมันให้แตกเป็นผงคลุกเคล้าไปกับทรายสีเหลืองที่ปลิวว่อนในอากาศ“มาแล้ว!” เขาตอบรับ แล้วรีบเร่งฝีเท้าตามไป…หมอกหนาณ ภูเขาหิมะไร้ชื่อแห่งหนึ่งในโลกที่เงียบสงัดและขาวโพลน ขนตาของซือเสี่ยวหนานสั่นไหวแผ่วเบา สลัดเกล็ดหิมะออกทีละน้อยดวงตาของเธอค่อยๆ เปิดขึ้น ในห้วงลึกของดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสับสน…“ฉัน……” ซือเสี่ยวหนานมองดูโลกที่คุ้นเคยตรงหน้าอย่างงุนงง ดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงตื่นขึ้นมาได้ในตอนนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่ถูกหิมะปกคลุมอยู่ข้างกาย ม่านตาของเธอพลันหดเล็กลง!เธอนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ราวกับคนเสียสติ ลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว วิ่งโซเซไปที่ข้างกายของเขา“เหลิ่งเซวียน?! เหลิ่งเซวียน!!!” ซือเสี่ยวหนานกอดร่างนั้นไว้แน่น เขย่าไม่หยุด ความเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านปลายนิ้ว ร่างของอีกฝ่ายแข็งเกร็งราวกับน้ำแข็งใบหน้าของเธอซีดเผือด เรียกชื่อของเหลิ่งเซวียนไม่หยุด “โอสถนิรันดร์……โอสถนิรันดร์?!”ซือเสี่ยวหนานมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ในไ