ะไกลดูเหมือนสัตว์ประหลาดสีเขียวเข้มที่กำลังจะพังทลายลงบนซากปรักหักพัง ลมหนาวพัดผ่านประตูไม้ผุพังที่เปิดแง้มอยู่ ส่งเสียงครวญครางต่ำแอ๊ด!บรากียื่นมือออกไปค่อยๆ ผลักประตูไม้เก่าๆ เปิดออก ส่งเสียงดังน่าขนลุกหลังคาบ้านไม้เต็มไปด้วยรูโหว่ขนาดใหญ่ แสงแดดสลัวลอดผ่านเมฆฝนหนาทึบ ทอดลำแสงสีเทาลงมาในบ้านไม้ที่เงียบสงัด ผ้าไหมสีฟ้าขาดวิ่นติดอยู่ในรอยแตกบนหลังคา พลิ้วไหวตามลมหนาวที่พัดกระโชกบรากีมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ยกเท้าขึ้นอย่างแข็งทื่อ แต่เกือบจะเหยียบพื้นทะลุเป็นรูใหญ่บ้านไม้ที่ไม่มีคนดูแลมานานนับร้อยปี ผุพังย่อยยับไปหมดแล้ว แม้บรากีจะเดินอย่างเบาที่สุด ก็ยังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด“อิดุนน์……อิดุนน์!” บรากีเอ่ยเสียงแผ่วเบาผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก ราวกับกลัวจะรบกวนใครสักคน “เจ้าอยู่ไหน……อิดุนน์?”เขาเปิดประตูไม้เก่าๆ เดินเข้าไปในห้องแล้วห้องเล่า นอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและมอสแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นปรากฏในสายตาของบรากีอีกเลยหลังจากค้นหาเกือบทุกห้อง บรากีก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาที่หน้าประตูห้องนอนห้องสุดท้ายเขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะที่ผิวประตูไม้ที่เต็มไปด้วยรอยร้าว…“บรากี!”เสียงร้อนรนดังมาจากด้านหลัง หลินชีเยี่ยและซือเสี่ยวหนานลงจากท้องฟ้ามาที่หน้าประตูกระท่อมไม้หลินชีเยี่ยเห็นบรากีที่แต่งตัวเต็มยศ ยืนอยู่คนเดียวในกระท่อมไม้ที่ทรุดโทรม เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง