งไร้วิญญาณของซือเสี่ยวหนานในกองเลือดอย่างตกตะลึงปัง!เสียงดังเบาๆ ดังมาจากท้องฟ้า ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าโปร่งสีเทาแตกออกเหมือนกระจกที่แตกละเอียด ทุกสิ่งรอบตัวหลินชีเยี่ยเริ่มบิดเบี้ยวเมื่อตรวจพบว่าในโลกนี้เหลือเพียงหลินชีเยี่ยเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว โคลอสเซียมเทาขาวจึงคลายออกโดยอัตโนมัติ หลินชีเยี่ยรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง แล้วร่างกายก็กลับคืนสู่ป่าทึบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้กับฟิลก่อนหน้านี้ ดูเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต้นไม้สูงใหญ่แต่ละต้นโอนเอนไปตามแรงลมส่งเสียงซู่ซ่า ไม่ไกลออกไปบนพื้นดิน ร่างไร้วิญญาณของตัวแทนหลายคนล้มระเนระนาด ไร้ซึ่งสัญญาณชีพหลินชีเยี่ยจ้องมองร่างของซือเสี่ยวหนานที่ตายสนิทเช่นกันตรงหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเขานับเวลาในใจเมื่อ นับถึงวินาทีที่สิบ อักขระสีดำบนหน้าอกของซือเสี่ยวหนานก็แตกออกทันที ‘กลลวง’ แตกสลาย บาดแผลที่หัวใจถูกมีดแทงทะลุหายไป ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วเริ่มเต้นช้าๆ อีกครั้งซือเสี่ยวหนานลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน หายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ ใบหน้าซีดขาวค่อยเริ่มมีเลือดฝาก ดวงตาของเธอค่อยๆ เคลื่อนไหว มองไปทางหลินชีเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ซึ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกเธอยิ้มและพูดว่า “ชีเยี่ย… นายช่วยแบกฉันได้ไหม? ฉันขยับนิ้วแม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่ไหวแล้ว”หลินชีเยี่ยไม่พูดอะไร เขาแบกซือเสี่ยวหนานขึ้นมา ใช้พลังจิตสแกนร่างกายของเธอ สีหน้าของเข