หลังจากฟังคำอธิบายของหลินชีเยี่ยจบ จี้เนี่ยนถอนหายใจอย่างจนปัญญา“ยังดีที่รากเหง้าของโรคของกิลกาเมชถูกกำจัดไปแล้ว การฟื้นตัวต่อจากนี้น่าจะเร็วขึ้น……แต่เจ้าเยลันเดนั่น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”“ไม่รู้สิ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังหารากเหง้าของโรคเขาไม่เจอ พวกเราไม่สามารถสื่อสารกับเขาได้เลย” หลินชีเยี่ยส่ายหัว“……ยุ่งยากจริงๆ”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้นซุนหงอคงที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ สายตาเหลือบมองไปทางจี้เนี่ยนเป็นระยะราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“พี่ลิง เป็นอะไรเหรอ?” หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของซุนหงอคง จึงถามขึ้นมาซุนหงอคงเงียบชั่วครู่ แล้วพูดกับจี้เนี่ยนว่า“เจ้าช่างพิเศษจริงๆ”“ขอบคุณต้าเซิ่งที่ชม!” ดวงตาของจี้เนี่ยนเปล่งประกายวิบวับราวกับดวงดาว“……คุณแน่ใจหรือว่าเขากำลังชมคุณ?”“แต่ต้าเซิ่งบอกว่าฉันพิเศษนะ! นี่ไม่นับว่าเป็นคำชมเหรอ?”หลินชีเยี่ยรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ เขาหันไปมองซุนหงอคง “พี่ลิง คุณเห็นอะไรหรือเปล่า?”“นางแข็งแกร่งมาก แม้จะยังไม่ได้เป็นเทพ แต่ในมุมมองของมนุษย์แล้ว นางก็ยังแข็งแกร่งมาก” ดวงตาของซุนหงอคงเปล่งประกายสีทอง เขาพูดอย่างจริงจัง“แม้แต่ข้ายังมองทะลุนางไม่ได้เลย……”จี้เนี่ยนรู้สึกเขินอายเล็กน้อยจึงเกาหัวแก้เก้อ“นี่ถือว่าเป็นคำชมใช่ไหม?”“……ใช่”ซุนหงอคงมองจี้เนี่ยนอยู่นาน ก่อนจะละสายตาไป“เจ้าจะกลับต้าเซี่ยเมื่อใด?” ซุนหงอคงหันไปถามหลินชีเยี่ยหลินชีเยี่ยครุ่นคิดก่อ