ยู่ในมือของเรา แต่เจ้าคงไม่คิดว่าหลายพันปีต่อมา ศพของเจ้าจะกลายเป็นกุญแจที่ทำให้เราควบคุมคลังสมบัติแห่งนี้ได้”“วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดห้าชิ้น วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเทพหลักสิบสี่ชิ้น วัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับเทพรองสี่สิบสองชิ้น……ทรัพย์สมบัติทั้งชีวิตของเจ้า จะกลายเป็นทุนในการผงาดขึ้นมาของระบบเทพสุเมเรียนของเรา!”นันนาชื่นชมร่างที่สมบูรณ์แบบนี้ ยกจอกศักดิ์สิทธิ์ในมือขึ้นสูง ของเหลวสีแดงเข้มสั่นไหว ส่งกลิ่นหอมชวนมึนเมาเสียงแหบต่ำของเขาก้องกังวานใต้ท้องฟ้ามืดมิด“ฟื้นคืนชีพ……กิลกาเมช!”บทที่ 1132 กลลวงของเทพทั้งสามเมืองอูเปลวไฟที่เหลืออยู่กระพริบท่ามกลางความเงียบสงัด สายลมหนาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดพัดผ่านซากปรักหักพัง ส่งเสียงครวญครางต่ำๆในตรอกแคบๆ มีเสียงดังเบาๆ เงาร่างเล็กบอบบางค่อยๆ ยกแผ่นหินขึ้นอย่างระมัดระวัง สายตากวาดมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก่อนจะใช้สองมือยันพื้นปีนออกมาจากห้องใต้ดินนั่นคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง สวมใส่ชุดประจำชาติของอูรุก เธอหันกลับไปและส่งเสียงเบาๆ ลงไปในห้องใต้ดิน“คนบุกรุกคนนั้นไปแล้ว ออกมาได้แล้ว!”ร่างคนทยอยปีนออกมาจากห้องใต้ดินทีละคนคนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ ผู้หญิง และเด็กตอนที่หมายเลข 22 ถือคทาอาญาสิทธิ์และจอกศักดิ์สิทธิ์เข้ามาสังหารหมู่ในเมือง ผู้ชายที่อาศัยอยู่แถวนี้ได้ถือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ไปต่อสู้กับเขาหลังจากซ่อนคนเหล่านี้ไว้