ะเลสาบชาดได้ประลองตัดสินกับคนผู้หนึ่ง ดึงดูดผู้คนทั่วหล้าให้ไปชมดู สุดท้ายผลแพ้ชนะ กลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ณ เวลานี้ ปลายฤดูใบไม้ร่วงเดือนสิบ
ใบไม้ที่แห้งเหี่ยวสีเหลืองปูเต็มแผ่นดินเมืองมรกต
สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญตนของเมืองมรกต สำนักศึกษาตำหนักจันทน์ที่มีฉายาว่า “ประตูทะยานสู่เซียน” ก็ได้เปิดประตูสำนักที่ปิดตายมานานหกปี
ข่าวแพร่ออกไป ก็สะเทือนไปทั่วทุกแคว้น
หนุ่มสาวผู้มีความสามารถโดดเด่นนับไม่ถ้วน โอรสและธิดาเจ้าเมือง ต่างก็หลั่งไหลมาจากทุกแคว้นทั่วหล้าราวกับปลาคาร์พข้ามแม่น้ำ เพื่อช่วงชิงเกียรติยศชื่อเสียงและโอกาสในครั้งนี้
และในเมืองมรกต ในสวนเล็กๆ แห่งหนึ่งของจวนขุนพลเทวะที่ไม่ไกลจากสำนักศึกษาตำหนักจันทน์ กลับมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่อย่างสบายอารมณ์
เขารับฟังเสียงใบไม้ร่วงโปรยปรายในสวน ชงชาเขียวเต็มกาหนึ่ง เล่นหมากกระดานหนึ่งอย่างเงียบๆ
ราวกับความอึกทึกครึกโครมและการต่อสู้นอกสวน
ล้วนแต่ไม่เกี่ยวข้องกับตน
“ท่านอาห้า ท่านแพ้อีกแล้วนะขอรับ”
หมากดำถูกวางลง ปิดเส้นทางถอยสุดท้ายของหมากขาว สังหารโดยเด็ดขาด
เด็กหนุ่มยกถ้วยชาข้างๆ ขึ้นมาจิบเบาๆ กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
เขาริมฝีปากแดงฟันขาว ดวงตาราวกั