ไปเตือนหลี่เจียนไป๋ทีละรอบงั้นเหรอ?”“ถ้าดูตามลำดับเวลา ฉันกับเจียงเอ่อร์ลงมือเป็นคนสุดท้าย ตอนนั้นคฤหาสน์ตระกูลหลี่ยังอยู่ในสภาพดี” อันชิงอวี๋รับรูปถ่ายที่หลินชีเยี่ยส่งมาให้แล้วส่งต่อให้เจียงเอ่อร์ดู “พวกเราสองคนน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่เห็นพวกเขา”เจียงเอ่อร์กวาดตามองรูปถ่าย ชี้ไปยังหลี่เจียนไป๋ที่นอนอยู่ในร่องน้ำแล้วกล่าว[ใช่ เมื่อคืนตอนที่ฉันทำให้เขาตกใจจนเป็นลม เขาก็นอนอยู่ข้างรางน้ำนี้]อันชิงอวี๋ครุ่นคิด“นั่นหมายความว่า ตอนที่ตระกูลหลี่ถูกสังหารหมู่เมื่อคืน หลี่เจียนไป๋ยังไม่ได้ฟื้นจากอาการหมดสติใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น คนที่สังหารตระกูลหลี่ทั้งหมด น่าจะลงมือไม่นานหลังจากที่พวกเราลงมือ โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่คนหมดสติเพราะตกใจจะไม่นานเกินไป ดังนั้นเราสามารถคาดเดาเวลาที่ตระกูลหลี่ถูกสังหารได้คร่าวๆ……น่าจะเป็นช่วงตีสองถึงตีสามของเมื่อคืน”“ไม่ต้องคำนวณให้ยุ่งยากขนาดนั้นหรอก” หลินชีเยี่ยพูดอย่างสงบ “แค่ฉันไปที่เกิดเหตุ ก็จะรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”…คฤหาสน์ตระกูลหลี่คนทั้งห้าเดินตามสือเหวินเซวียนผ่านแนวกั้นเข้าไปในบริเวณคฤหาสน์ทันทีที่ก้าวเข้าประตู หลินชีเยี่ยก็ได้กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง คฤหาสน์ใหญ่โตเงียบสงัดไร้วี่แวว อีกาสีดำบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า ส่งเสียงร้องแหลมหูอย่างน่าขนลุก“หลังจากที่คดีถูกโอนมาหน่วยพิทักษ์ราตรีของเรา เราก็ปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุทันที ผมพาเฉียนตัวตัวมาดูด้วยแต่น่าเสีย