ชื่อนี้ไม่มีภาพวาดเลย“แล้วความฝันของพี่คนเท่ล่ะ?” เฉาเยวียนถามอย่างงุนงง“เมื่อก่อน เขาไม่มีความฝัน” อันชิงอวี๋เอ่ยอย่างจนปัญญา “หรือพูดอีกอย่างก็คือ ความฝันของเขาคือการเป็นตัวของเขาเอง……”“……นั่นก็ตรงกับนิสัยของเขาจริงๆ” เฉาเยวียนเอ่ยด้วยความรู้สึกตื้นตัน สายตาเบนเล็กน้อย ไปตกอยู่ข้างชื่อของเสิ่นชิงจู่ตรงนั้นมีร่มสีดำอันหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ ขอบเขตของร่มคลุมทับอยู่เหนือชื่อของเสิ่นชิงจู่พอดีราวกับต้องการปกป้องมันไว้ใต้ร่มนี้และที่มุมของร่มสีดำนี้ มีตัวอักษรขนาดเล็กสองตัวเขียนไว้ว่าอูเฉวียนในสมองของเฉาเยวียน ทันใดนั้นก็ปรากฏใบหน้าเย็นชาของเด็กชายคนนั้น“เด็กคนนี้……” เขาพึมพำ“เป็นอะไรเหรอ?” อันชิงอวี๋เห็นเฉาเยวียนมีสีหน้าแปลกๆ จึงถาม“……ไม่มีอะไร”เฉาเยวียนละสายตากลับมา “เรื่องการรื้อถอน พวกเราควรช่วยจัดการให้พวกเขาหรือเปล่า?”“ชีเยี่ยและพังพังกำลังจัดการอยู่” อันชิงอวี๋หันหน้าไปมองร่างสองร่างที่กำลังสนทนากันอยู่นอกหน้าต่างหยดน้ำฝนหยดลงมาจากชายคาเหมือนม่านน้ำ ละอองน้ำค่อยๆ ท่วมทับสายตา“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” หลินชีเยี่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นไป๋หลี่พั่งพั่งที่ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยังลังเลอยู่ตรงหน้า“ชีเยี่ย หลี่กรุ๊ปนี่… ยุ่งยากอยู่นะ” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “บริษัทอสังหาริมทรัพย์นี้ไม่ใช่แค่บริษัทเล็กๆ ในท้องถิ่นธรรมดา ขนาดของมันใหญ่มาก แม้จะไม