“ฮึ! ดีนะที่ไอ้หนูเสิ่นยังจำพวกเราได้ ตั้งหลายปีแล้วไม่โทร.มาสักครั้ง นึกว่านอกจากส่งเงินมาที่นี่ทุกเดือนแล้ว ก็คงไม่อยากกลับมาอีกแล้ว”ชายชราปัดเศษเหล็กบนมือ แล้วส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ เดินตามหลังเขาไปติดๆ“เอ้อ! แล้วไอ้หนูเสิ่นล่ะ? ทำไมไม่มาด้วย?”“อ๋อ! เสิ่นชิงจู่กำลังปฏิบัติภารกิจลับ ไม่สามารถมาได้น่ะครับ” หลินชีเยี่ยตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า จากนั้นก็รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “แล้วผมควรเรียกคุณว่าอะไรดีครับ?”“ฉันแซ่หลิวเป็นผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเอกชนแห่งนี้” ชายชราดันแว่นสายตายาวบนจมูกผู้เฒ่าหลิวพาหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ เดินผ่านลานแคบๆ เข้าไปในบ้านชุดเก่าแก่หลังเดียวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านไม่สูงนัก สำหรับคนหนุ่มอย่างหลินชีเยี่ยแล้วดูคับแคบไปหน่อย ผนังหยาบๆ เก่าๆ ถูกทาด้วยสีเขียวอ่อนอย่างพิถีพิถัน มีดอกไม้สีแดงวาดด้วยมือประดับอยู่ แม้จะเก่าแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและบริสุทธิ์พอก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป หลินชีเยี่ยก็เห็นเด็กสามสี่คนแอบอยู่หลังประตู กำลังมองพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นผสมปนเปกับความกลัว เด็กตัวโตสุดอายุราวสิบสองสิบสาม ส่วนเด็กตัวเล็กสุดอายุราวเจ็ดแปดขวบ พวกเขาสวมเสื้อนวมที่ดูเชยแต่อบอุ่นมาก ใบหน้าเปล่งปลั่ง ดูเหมือนได้รับสารอาหารที่ดีมีเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่มุมห้องที่ดูแปลกแยกไปบ้าง ในสภาพอากาศแบบนี้ เขาสวม