เพียงเสื้อฮู้ดสีเทาบางๆ ตัวเดียว สีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย และดูเหมือนจะอายุมากกว่าเด็กคนอื่นๆ“ตอนนั้นไอ้หนูเสิ่นบอกว่าจะไปเป็นทหาร ฉันยังไม่เชื่อเลย ด้วยนิสัยเสียๆ ของเขา จะเป็นทหารได้ยังไง? คาดว่าวันแรกที่ไปคงครูฝึกไล่กลับมาแล้ว”ผู้เฒ่าหลิวพูดพึมพำไปด้วยขณะเดิน“ไม่คิดว่า เขาจะอยู่ที่นั่นได้จริงๆ……เอ้อ ตอนนี้เขาอยู่ในกองทัพ ถือว่าอยู่ในระดับไหน?”“ถือว่าเป็นนายทหาร” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ “สร้างผลงานไว้มากมาย ปีนี้ยังได้ฝึกทหารใหม่รุ่นหนึ่งด้วย มีชื่อเสียงมาก”ผู้เฒ่าหลิวเลี้ยวเข้าไปในห้องเล็กๆ ดูเหมือนจะเป็นห้องทำงาน แต่นอกจากโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง เก้าอี้ไม้สองสามตัวและกองหนังสือพิมพ์หนาๆ ที่มุมห้องก็ไม่มีอะไรอื่นอีกผู้เฒ่าหลิวนำเก้าอี้มาให้ทุกคนนั่ง รวมถึงตัวเองด้วย เขายิ้มกว้างกล่าวว่า“ก็ไม่เลวนะ ไม่ทำให้ฉันผู้อำนวยการคนนี้ขายหน้า”“ผู้อำนวยการหลิว สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของคุณ เปิดมานานแค่ไหนแล้วครับ?” ไป๋หลี่พั่งพั่ง มองไปรอบๆ แล้วอดถามไม่ได้“สามสิบกว่าปีแล้วล่ะ” ผู้อำนวยการหลิวเปิดกระติกน้ำร้อน เป่าลูกเก๋ากี้แห้งๆ ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำสองสามลูกแล้วพูดอย่างเนิบนาบว่า “อย่าดูแค่ภายนอกของฉันนะ สมัยก่อนฉันก็เคยเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในเมืองหลินเจียงพอสมควร ตอนอายุสามสิบกว่าก็หาเงินได้ไม่น้อย ต่อมาป่วยหนักก็ถือว่าได้เข้าใจอะไรบางอย่าง เลยเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมาเอง นับเป็นกา