กษณ์ภายนอกของเจียงเอ่อร์มีความพิเศษ จึงซ่อนตัวอยู่ในสนามแม่เหล็กในลำโพงที่เอวของอันชิงอวี๋ตลอด ส่วนโลงศพจริงๆ อยู่ในกระโปรงรถนอกซอย ดังนั้นในห้องจึงเหลือเพียงหลินชีเยี่ย เฉาเยวียน และอันชิงอวี๋สามคนเท่านั้นขณะที่หลินชีเยี่ยกำลังกลุ้มใจว่าจะสื่อสารกับเด็กๆ พวกนี้อย่างไรดี ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ถือโทรศัพท์โบกมือเรียกเขาจากนอกหน้าต่าง“ชีเยี่ย มาทางนี้หน่อย”หลินชีเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินออกไปสายตาของเฉาเยวียนกวาดมองเด็กๆ ตรงหน้าที่ยังดูเยาว์วัย ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ลองเอ่ยปากถามอย่างระมัดระวัง“พวกเธอ……”เด็กทุกคนถอยกรูดพร้อมกันทันที มองดูเฉาเยวียนด้วยสายตาหวาดกลัว โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนั้น แทบจะร้องไห้ออกมาเพราะความกลัวแล้ว“ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่คนไม่ดี……ฉัน……”เฉาเยวียนที่มีใบหน้าดุดันพยายามอธิบายบางอย่างด้วยสีหน้าซีดเซียว ทว่าเด็กๆ เหล่านั้นก็รีบหันหลังวิ่งเข้าไปในห้องเล็กอีกห้องหนึ่งอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังหลบหนีสัตว์ร้ายบางอย่างเฉาเยวียน “……”อันชิงอวี๋ยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ตบไหล่ของเฉาเยวียน แล้วพูดว่า “อย่าท้อใจไปเลย หน้าตาเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ถ้านายต้องการในด้านนี้ เมื่อกลับไปฉันสามารถจัดการศัลยกรรมให้นายได้……”ภายใต้สายตาอาฆาตของเฉาเยวียน อันชิงอวี๋เดินตามเด็กๆ เข้าไปในห้อง ไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆ ที่ถูกแกล้งดังออกมาเฉาเยวียนถอนหายใจยาวในตอนนั้นเอง ส