ย่างสงสัย “ที่นี่เก่ามากแล้ว การย้ายไปอยู่ที่ใหม่น่าจะเป็นเรื่องดีนะ หรือว่าข้อเสนอที่พวกเขาให้มาไม่ดีพอ”“ก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” ผู้เฒ่าหลิวอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ไม่ได้เอ่ยออกมา“เข้าใจแล้ว”หลินชีเยี่ยพยักหน้า แล้วส่งสายตาให้ไป๋หลี่พั่งพั่งที่อยู่ข้างๆไป๋หลี่พั่งพั่งลุกขึ้นยืน พูดพร้อมรอยยิ้ม “พวกคุณคุยกันต่อเถอะ ผมขอออกไปโทรศัพท์หน่อยนะ”หลังจากไป๋หลี่พั่งพั่งเดินออกจากห้องไป หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ก็คุยกันต่ออีกสักพัก ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างมืดครึ้มลงเรื่อยๆ มีสายฟ้าแลบวูบวาบอยู่ระหว่างก้อนเมฆ ดูเหมือนว่าพายุฝนห่าใหญ่กำลังจะมาถึง“แย่แล้ว……ฝนกำลังจะตกอีกแล้ว วันนี้ยังไม่ได้ซื้อของทำอาหารเย็นเลย”ผู้เฒ่าหลิวเห็นสภาพอากาศเปลี่ยนไปนอกหน้าต่าง ก็ขมวดคิ้วทันที รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว คว้าร่มแล้วเดินออกไปทางประตู“ให้พวกเราไปแทนคุณไหมครับ” หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืนทันที “ไม่ต้องหรอก คนหนุ่มอย่างพวกเธอจะไปรู้อะไรเรื่องซื้อของ……ฟังฉันนะ พวกเธอก็อยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ พวกนี้ เย็นนี้กินข้าวด้วยกันแล้วค่อยไป ถือโอกาสเล่าให้ฉันฟังด้วยว่าไอ้หนูเสิ่นทำอะไรเก่งๆ ในค่ายบ้าง”สายฝนโปรยปรายลงมา ผู้เฒ่าหลิวกางร่มแล้วผลักประตูเหล็กเดินออกไปอย่างรวดเร็วภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหานซาน เหลือเพียงหลินชีเยี่ยกับพวกและเด็กๆ อีกไม่กี่คนเท่านั้นสมาชิกหน่วยม่านราตรีมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เนื่องจากรูปลั