าต้องไปเมืองหลินเจียงก่อน”“เมืองหลินเจียง? ไปทำไมที่นั่น?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างงุนงงเฉาเยวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “เมืองหลินเจียง……ดูเหมือนจะเป็นบ้านเกิดของพี่คนเท่นี่นา?”“ถูกต้อง” หลินชีเยี่ยพยักหน้า “ก่อนที่พี่คนเท่จะส่งพวกเราออกจากนรก เขาขอให้ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านแทนเขาตอนนี้ว่างสองสามวันพอดี พวกเราก็ไปกันสักหน่อย พี่คนเท่คงกลับมาไม่ได้ในเร็วๆ นี้ พวกเราไปก็จะได้แจ้งข่าวคราวแทนเขาด้วย”หลินชีเยี่ยรู้ดีในใจว่าตอนที่เสิ่นชิงจู่พูดประโยคนี้ออกมา อาจเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อให้พวกเขาจากไป แต่ไม่ว่าจะมองในแง่ของการเป็นพี่น้อง หรือการรักษาสัญญา ครั้งนี้เขาก็จำเป็นต้องไป ไม่เช่นนั้นจิตใจคงไม่สงบ“พูดถึงเรื่องนี้ พี่คนเท่ออกมาตั้งหลายปีแล้ว ดูเหมือนจะไม่เคยกลับบ้านเลยสักครั้ง?” ไป๋หลี่พั่งพั่งครุ่นคิด “เป็นเพราะความสัมพันธ์กับครอบครัวไม่ดีหรือเปล่า?”“ไปแล้วก็รู้เอง” หลินชีเยี่ยกำลังจะจากไป แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เดินกลับมาที่ห้องโถงใหญ่ของสำนักงานใหญ่หน่วยพิทักษ์ราตรีอีกครั้ง“มีอะไรเหรอ?”“พวกนายไปก่อนเถอะ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำสักหน่อย”เมื่อเห็นเงาร่างของหลินชีเยี่ยค่อยๆ ลับไป ไป๋หลี่พั่งพั่งก็เกาศีรษะแล้วกล่าวว่า“ทำไมถึงไปเข้าห้องน้ำตอนนี้นะ……”“ไปกันเถอะ พวกเราไปรอข้างนอกกัน”“จริงสิ ฉันยังมีวัสดุทดลองอยู่ที่แผนกรักษาความปลอดภัย เดี๋ยวมานะ”“ได้ งั้นผมจะไปเรียกพ่อบ้านใ