ทางหลินชีเยี่ย“ชีเยี่ย นายไม่ไปจัดการหน่อยเหรอ?”“จัดการ? ฉันจะไปจัดการยังไงล่ะ?” หลินชีเยี่ยพูดอย่างจนปัญญา “พวกเขาสมัครใจที่จะประลองฝีมือกัน ฉันไม่ควรไปยุ่ง”“แต่ฉันรู้สึกว่ากับนิสัยของติกิคิง ถ้าโดนตีอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะมีปัญหานะ? หรือว่านายลองไปคุยกับพี่ลิงดูให้เขาผ่อนแรงลงหน่อยในครั้งหน้า?”หลินชีเยี่ยส่ายหัวอย่างแน่วแน่“ไม่ ถึงอย่างไรกิลกาเมชก็เป็นราชาโบราณ เขาก็ยังมีความอดทนพอ ถ้าพี่ลิงผ่อนแรงจริงๆ นั่นแหละถึงจะเป็นปัญหา มันเป็นการดูถูกเขา”หลินชีเยี่ยพูดจบ มองดูเงาร่างของกิลกาเมชที่เดินจากไปแล้วจมอยู่ในความเงียบครู่หนึ่งต่อมา เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ปัดเปลือกเมล็ดแตงโมออกจากตัว “ฉันจะไปดูเขาหน่อย”หลินชีเยี่ยยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องผู้ป่วยหมายเลขห้า เขายื่นมือออกไปแล้วเคาะประตูเบาๆโดยไม่รอให้กิลกาเมชที่อยู่ในห้องเอ่ยปาก เขาก็หมุนลูกบิดและเดินเข้าไปในห้องภายในห้องผู้ป่วยไม่ได้ปิดหน้าต่าง กิลกาเมชสวมเสื้อคลุมยาวสีเทายืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง เขาหันศีรษะมามองก่อนจะขมวดคิ้วใส่หลินชีเยี่ยที่เดินเข้ามาจากนอกประตู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า“ข้ายังไม่ทันเอ่ยปาก ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามา?”“ถ้ารอให้คุณเอ่ยปากปฏิเสธ ก็คงสายเกินไปแล้ว” หลินชีเยี่ยล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในเสื้อกาวน์สีขาว เดินไปที่ข้างหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอก “ช่วงนี้อาการเป็นยังไงบ้างครับ?”“ข้าไม่ได้ป่วย!” กิลกาเมชแสดงสีห