าลงเปลวไฟค่อยๆ ลามไปตามมวนบุหรี่ เถ้าถ่านที่ไหม้ถูกลมอ่อนๆ จากรอยแยกบนพื้นพัดกระจายไป ท่ามกลางควันที่ค่อยๆ จางลง ร่างของเสิ่นชิงจู่เริ่มเย็นเฉียบลงทีละน้อย……เงาร่างสองร่างกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในรอยแยกของภูเขาอันชิงอวี๋สังเกตสิ่งรอบข้างไปพลาง ใช้ปลายนิ้วเกาฝ่ามือไปพลางโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่ามีอาการคันอยู่บ้างหลินชีเยี่ยที่อยู่ด้านหน้าชะงักร่างกะทันหัน หยุดลงอย่างฉับพลัน“เกิดอะไรขึ้น?” อันชิงอวี๋ถาม“ข้างหน้าถึงหุบเขาแล้ว” หลินชีเยี่ยเรียกคืนพลังจิตที่ส่งออกไปสำรวจ สีหน้าดูแปลกๆ ไปบ้าง“และยังมี……”“มีอะไรอีก?”“ที่นั่นมีวิญญาณอาฆาตรวมตัวกันอยู่มากมาย ดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้” อันชิงอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้ามองท้องฟ้า “ไม่มีเวลาอ้อมแล้ว……เราสามารถเข้าสู่มิติว่างเปล่าและผ่านไปได้โดยตรงเหมือนเมื่อกี้ไหม?”“หุบเขาไม่ใหญ่มาก น่าจะทำได้” หลินชีเยี่ยประเมินคร่าวๆ พลางพยักหน้าเบาๆ[จั่นไป๋] สามารถพาคนเข้าสู่มิติว่างเปล่าได้จริง แต่ไม่สามารถอยู่ได้นาน อีกทั้งหลินชีเยี่ยยังต้องพาอันชิงอวี๋ไปด้วย ภายใต้ภาระของสองคน ระยะเวลาที่อยู่ได้ก็จะยิ่งสั้นลง แต่ด้วยความเร็วของพวกเขาทั้งสอง การผ่านหุบเขาในเวลาสั้นๆ ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอะไรหลินชีเยี่ยชักดาบ [จั่นไป๋] ออกมา จับอันชิงอวี๋ไว้ ร่างของทั้งสองหายวับไปพร้อมกันหลังจากกลับเข้าสู่โลกแห่งความว่างเปล่าที่มีแต่สีดำและสีขาว ทั้งสองก็รีบเคลื่อนที่อย่างเต็ม