ฟสีดำพุ่งออกมาเป็นระยะ ใบหน้าแสดงอาการประหลาดอย่างยิ่งหลินชีเยี่ย “……”“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลินชีเยี่ยอดถามไม่ได้“ไท่ไป๋จินซิงบอกว่าเขาควบคุมราชันทมิฬได้ครึ่งหนึ่งแล้ว พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะฟื้นฟูการควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์” อันชิงอวี๋ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “ดูจากสถานการณ์นี้ เขาคงไปกับพวกเราไม่ได้แล้ว……”“งั้นพวกเราไปกันห้าคน? ก็ได้”“อาจจะสี่คน”หลินชีเยี่ยพูดจบ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากระเบียงทางเดิน เขาหันไปมองไป๋หลี่พั่งพั่งที่กำลังเดินมาที่นี่พร้อมกับเสิ่นชิงจู่คนที่พูดเมื่อกี้ก็คือ ไป๋หลี่พั่งพั่ง“พั่งพั่ง? เป็นอะไร?”“ชีเยี่ย ผมอาจจะไปกับพวกนายไม่ได้แล้ว” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัวแล้วยิ้มแหย “ที่นี่ต้องมีคนดูแลเหล่าเฉา ผมต้องอยู่”“ไม่มีนางกำนัลหรอกเหรอ?”“มันไม่เหมือนกัน ถ้าพวกเราไปหมด เหล่าเฉาก็จะไม่มีใครคุยด้วย ต้องมีคนของเราอยู่สักคน” ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนยันอย่างหนักแน่น “อีกอย่าง พวกนายก็แค่ไปเอาของอย่างเดียวไม่ใช่เหรอ? ยังมีเซราฟมิคาเอลคอยดูแลอยู่ น่าจะกลับมาเร็วๆ นี้แหละ พอพวกนายกลับมา เหล่าเฉาก็จะฟื้นตัวเต็มที่แล้ว ตอนนั้นพวกเราก็จะได้ลงไปโลกมนุษย์ด้วยกัน”หลินชีเยี่ยลังเลครู่หนึ่ง หันไปมองเฉาเยวียนที่กำลังยิ้มโง่ๆ แล้วพยักหน้า “ก็ได้……พวกเราไปกันสี่คนก็เหมือนกัน”“ดี ฉันจะไปเก็บข้อมูลการทดลองสักหน่อย แล้วก็พร้อมออกเดินทางได้เลย”อันชิงอวี๋หันหลังเดินจากไป ไ