พลังวิญญาณก่อน แล้วพัฒนาความถี่พลังเทวะที่พิเศษกว่าและเหมาะกับตัวเองมากขึ้น……”ไป๋หลี่พั่งพั่งมองดูอันชิงอวี๋ที่ตื่นเต้นจนมือไม้พันกันด้วยความตกตะลึงปากของเขาอ้าค้างโดยไม่รู้ตัว มองไปที่อันชิงอวี๋ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดอันชิงอวี๋ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองตื่นเต้นเกินไป จึงกระแอมเบาๆ แล้วนั่งกลับลงบนเก้าอี้ ถอนหายใจแล้วพูดว่า“ไม่ใช่แค่พลังวิญญาณ ฉันสงสัยเกี่ยวกับหลายสิ่งของเหล่าเทพในต้าเซี่ย……น่าเสียดายที่ไม่สามารถวิเคราะห์รากฐานของสรวงสวรรค์ได้อย่างใกล้ชิด”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”เสิ่นชิงจู่มองดูประกายในดวงตาของอันชิงอวี๋ แล้วยิ้มอย่างจนใจ “ครั้งสุดท้ายที่เห็นชิงอวี๋ตื่นเต้นขนาดนี้ ก็ตอนที่เขาตะโกนว่าอยากผ่าชีเยี่ย……คิดๆ ดูแล้ว มันก็ผ่านมานามากแล้ว”“อัจฉริยะจริงๆ” ไป๋หลี่พั่งพั่งอดส่ายหัวไม่ได้“อัจฉริยะจริงๆ” เสิ่นชิงจู่พูดตาม สายตาของเขากวาดมองทุกคน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความเงียบ “พวกนายทุกคนล้วนเป็นอัจฉริยะ……”เสิ่นชิงจู่ก้มลงมองมือของตัวเองที่พันผ้าพันแผลไว้ แววตาของเขาหม่นลงอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มเยาะตัวเอง ดูเหมือนว่าไป๋หลี่พั่งพั่งจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเสิ่นชิงจู่ เขาหันมามองเขาสักครู่แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งเขายื่นมือออกมาตบไหล่เสิ่นชิงจู่เบาๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง“พี่เสิ่น ไปหาห้องน้ำกับผมหน่อยสิ?”