ับว่างเปล่า‘ไม่มีใคร?’‘แล้วเมื่อกี้อะไรมาเคาะประตู?’หลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ อย่างสงสัย เขาปิดประตูลานบ้านด้วยมืออีกข้าง กำลังจะหมุนตัวกลับ แต่หางตากลับเหลือบเห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ด้านหลังหัวใจของเขาเต้นพลาดไปหนึ่งจังหวะอย่างแรง นั่นคือเซราฟสูงสิบกว่าเมตร มีปีกหกปีกอยู่บนหลังพระองค์ยืนนิ่งอยู่กลางลานบ้าน เหมือนยักษ์ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ ก้มหน้าลงมองมนุษย์ธรรมดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นอย่างเงียบงัน‘มิคาเอล?!’“เป็นคุณเหรอ?”“ใช่ ข้าเอง” มิคาเอลเหลือบมองร่องรอยการฝึกซ้อมของหลินชีเยี่ยในลานบ้านอย่างเรียบเฉย “ดูเหมือนร่างกายของเจ้าจะฟื้นตัวได้ดีทีเดียว”หลินชีเยี่ยพยายามสงบใจเอาไว้ มองมิคาเอลอย่างจนปัญญาแล้วพูดว่า“ก็ดีอยู่……แล้วทำไมคุณถึงเคาะประตูล่ะ ในเมื่อคุณสามารถปรากฏตัวเข้ามาได้เลย?”“ข้าได้ยินมาว่าการเคาะประตูก่อนเข้าบ้านเป็นมารยาทของต้าเซี่ย”มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย “……ขอบคุณสำหรับมารยาทของคุณ”ในลานบ้านที่เงียบสงัด ทูตสวรรค์ผู้สูงส่งยืนเผชิญหน้ากับมนุษย์ธรรมดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นหนังสุนัข บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ “จำเป็นต้องยืนพูดตรงนี้เลยเหรอ? ผมเงยหน้ามองคุณแบบนี้ จนคอเริ่มปวดแล้ว”หลินชีเยี่ยนวดคอที่ยังไม่หายดีของเขา แล้วชี้มือเข้าไปในบ้าน “ถ้าสะดวก เราเข้าไปนั่งคุยกันในบ้านไหม?”“ได้”มิคาเอลตอบสั้นๆ แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป ร่างกายสูงกว่าสิบเมตรหดลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นร่างปกติสู