ป็นยังไงบ้าง?”“……ก็ไม่เลวนะ” หลินชีเยี่ยยิ้มเล็กน้อย “ทำไม? อยากฟังเรื่องราวของฉันเหรอ?”“ผมรู้สึกอยากรู้นิดหน่อยน่ะ” หยางจิ้นตอบตามตรง “ผมคิดว่าพี่คงจะเก่งมาก แต่ไม่คิดว่าแค่เพียงไม่กี่ปี พี่จะก้าวมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว……”“จริงๆ แล้วก็ผ่านเรื่องราวมาไม่น้อยเลย……ถ้านายอยากฟัง ฉันก็จะเล่าให้ฟัง ถือว่าตอนนี้พวกเรามีเวลาเหลือเฟือ”หลินชีเยี่ยหันหน้ามามองตาหยางจิ้น “แต่ก่อนที่จะเล่า ฉันก็มีคำถามอยากถามนายเหมือนกัน”หยางจิ้นจ้องมองเขา “อะไรครับ?”“ตัวนายในตอนนี้ แท้จริงแล้วเป็นหยางเจี่ยน……หรือว่าหยางจิ้นกันแน่?”หยางจิ้นชะงักไปเล็กน้อย เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง หลินชีเยี่ยก็ส่ายหน้าแล้วหัวเราะพลางหันกลับไป “ช่างเถอะ ปัญหานี้ไม่สำคัญหรอก……ไม่ว่านายจะเป็นหยางเจี่ยนหรือหยางจิ้น ในใจฉัน นายก็คือน้องชายของฉันเสมอ”หยางจิ้นยืนงงอยู่กับที่ครู่หนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เขาส่งเสียงรับในลำคอแล้วก็ผลักรถเข็นเดินหน้าต่อไป“พูดถึงเรื่องนี้ การได้มีน้องชายเป็นเอ้อร์หลางเสินผู้มีชื่อเสียงในตำนาน ฉันในฐานะพี่ชายก็ถือว่าได้เปรียบมากเลยนะ”“พี่ครับ ตั้งแต่เด็กพี่ก็ชอบเอาเปรียบคนอื่นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“หา? เมื่อไหร่กัน?”“ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ป้าหลิวข้างบ้านออกร้านขายไข่ พี่ก็หน้าด้านขอซื้อหนึ่งแถมสอง ทั้งๆ ที่เป็นคนตาบอด แต่กลับแย่งไข่วิ่งหนีเร็วกว่าใครเพื่อน……”“นั่นมันคนนอกนะ ฉันเคยเอา