้งสองสนทนากันในท้องพระโรงเป็นเวลานาน ไป๋หลี่พั่งพั่งมองผ่านประตูท้องออกไป เพ่งมองสีท้องฟ้าภายนอก“ถึงเวลาแล้ว หากไม่กลับไป พวกเขาคงจะเป็นห่วงผม”ไป๋หลี่พั่งพั่งหันหลัง โบกมือให้หยวนสื่อเทียนจุนแล้วเดินตรงออกไปนอกท้องพระโรงตอนที่เขากำลังจะก้าวออกจากประตู เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน“หลิงเป่า”เท้าของไป๋หลี่พั่งพั่งหยุดค้างกลางอากาศ“กลับมาเถอะ” หยวนสื่อเทียนจุนยืนตระหง่านอยู่ในท้องพระโรง จ้องมองเงาหลังของเขา “ต้าเซี่ยในตอนนี้ ต้องการหลิงเป่าเทียนจุน”ในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ ไป๋หลี่พั่งพั่งหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้า “วัฏสงสารของตัวตนที่แท้จริงยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ผมยังไม่ใช่หลิงเป่าเทียนจุนของต้าเซี่ย……ผมเป็นเพียงไป๋หลี่พั่งพั่งจากหน่วยม่านราตรีเท่านั้น เมื่อถึงวันที่การวัฏสงสารสมบูรณ์ ผมจะกลับมา”เมื่อสิ้นเสียง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ก้าวออกจากวังเฉินจี๋ หายลับไปจากสายตาของหยวนสื่อเทียนจุนภายในวังที่เงียบสงัด หยวนสื่อเทียนจุนมองประตูวังที่ว่างเปล่าอย่างเงียบงัน หลังจากผ่านไปนาน เขาก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญาทันใดนั้น ราวกับว่าเขาสังเกตเห็นบางอย่าง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย แล้วหันไปมองทางใดทางหนึ่งของสรวงสวรรค์“พระองค์……?”……ที่ตำหนักหยวนจี๋ไท่ไป๋จินซิงฟังคำถามของอันชิงอวี๋จบ ดวงตาฉายแววเก้อเขิน จากนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางกล่าวว่า“การเรียกพวกเจ้ามาครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพื